
บริษัทยารุกพัฒนาเอไอ หวังบุกเบิกยาใหม่กู้ชีพมนุษยชาติ
ในขณะนี้ปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นทุกทีในหลายภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านยานยนต์ ภาคธนาคาร แม้กระทั่งการสรรหาบุคคลในบริษัทบางแห่งในต่างประเทศที่เริ่มเอาระบบเอไอมาช่วยคัดกรองพนักงานที่เหมาะสมกับงานมากยิ่งขึ้น
ในขณะนี้ปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นทุกทีในหลายภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านยานยนต์ ภาคธนาคาร แม้กระทั่งการสรรหาบุคคลในบริษัทบางแห่งในต่างประเทศที่เริ่มเอาระบบเอไอมาช่วยคัดกรองพนักงานที่เหมาะสมกับงานมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากภาคธุรกิจข้างต้น ขอบเขตการใช้งานเอไอยังขยายเข้าไปในอุตสาหกรรมยาด้วยเช่นกัน โดย รอยเตอร์สรายงานว่า บรรดาบริษัทยาชั้นนำระดับโลกต่างเดินหน้าพัฒนาเอไอเพื่อหวังนำไปใช้เสาะหาตัวยาใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับการอาการเจ็บป่วยและโรคต่างๆ มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เมอร์ค บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และบริษัท ซาโนฟี่ และล่าสุดคือบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (จีเอสเค) จากอังกฤษ ที่ประกาศทำข้อตกลง 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,462 ล้านบาท) กับเอ็กซ์ไซเอนเทีย สตาร์ทอัพเอไอในสกอตแลนด์
จุดมุ่งหมายหลักของบริษัทยาคือ การสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์และพัฒนาเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Machine Learning) เพื่อนำมาใช้คาดการณ์การเคลื่อนไหวของโมเลกุลต่างๆ ปูทางสู่การผลิตยาที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการทดสอบยิบย่อยและประหยัดต้นทุนการผลิตได้
จอห์น บัลโดนี หัวหน้าฝ่ายแพลต ฟอร์มเทคโนโลยีของจีเอสเค เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าย่นระยะเวลาในการค้นหา โมเลกุลที่จะนำไปใช้ยับยั้งเชื้อโรคภายใน 1 ปี จากเดิมที่ใช้เวลากว่า 5 ปี ซึ่งบัลโดนี มองว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงอย่างมาก ส่งผลผู้บริโภคสามารถซื้อยาในราคาที่ถูกลง
ด้าน แอนดรู ฮอปกินส์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเอ็กซ์ไซเอนเทีย กล่าวว่า จากการทดสอบที่ ผ่านมาระบบเอไอของบริษัทสามารถผลิตตัวยาทดลอง โดยใช้เวลาและต้นทุนเพียง 1 ใน 4 ของวิธีการแบบเดิม
นอกจากนี้ จะร่วมมือกับแกล็ก โซสมิทไคล์นแล้ว เอ็กซ์ไซเอนเทียยังจับมือกับซาโนฟี่ไปเมื่อเดือน พ.ค. เพื่อนำเอไอมาช่วยวิจัยตัวยาใหม่ๆ รวมถึงบริษัทยาสหรัฐหลายแห่งด้วยเช่นกัน
"ในสายตาบริษัทผลิตยาแล้ว สตาร์ทอัพไอทีเหล่านี้นับเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล ที่สมควรเป็นพันธมิตรด้วย เพราะจะช่วยยกระดับกระบวนการผลิตยาได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากเทคโนโลยีเอไอที่ใช้ผลิตยาประสบความสำเร็จ ไม่แน่ว่าเราอาจ เห็นการควบรวมกิจการกับบริษัทยากับ สตาร์ทอัพเอไอมากขึ้นก็เป็นได้" นูแมนเฮก หัวหน้าฝ่ายชีววิทยาศาสตร์จากธนาคารซิลิคอน วัลเล่ย์ แบงก์ ใน กรุงลอนดอน กล่าว
ความก้าวหน้าล่าสุดในการนำเอไอ มาช่วยผลิตยา ไม่ใช่ครั้งแรกที่อุตสาห กรรมยาพยายามเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยมายกเครื่องการผลิต โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงทศวรรษปี 2000 นำหุ่นยนต์มาใช้ทดสอบส่วนผสมยา แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
แม้ความล้มเหลวดังกล่าวในอดีตจะหมายความว่าการใช้เอไอมาช่วยวิจัยและค้นคว้าตัวยาใหม่ๆ จำเป็นต้องมีการทดลองและทดสอบอีกหลายขั้นตอนกว่าจะสามารถนำมาใช้งานจริง แต่ก็นับเป็นความก้าวหน้าอัน น่าตื่นเต้นที่อาจเปลี่ยนแนวทางการผลิตยาได้ในอนาคต n







