
บทเรียนจากวิกฤต
ประเทศไทยได้ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จนแทบจะสูญเสียเอกราชทางเศรษฐกิจหลังจากต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) วิกฤตต้มยำกุ้งได้ผ่านมา 20 ปีแล้ว หากมองย้อนหลังกลับไป ประเทศไทยในขณะนี้แตกต่างจากในอดีตมากพอสมควร
ประเทศไทยได้ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จนแทบจะสูญเสียเอกราชทางเศรษฐกิจหลังจากต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) วิกฤตต้มยำกุ้งได้ผ่านมา 20 ปีแล้ว หากมองย้อนหลังกลับไป ประเทศไทยในขณะนี้แตกต่างจากในอดีตมากพอสมควร
ปัญหาไทยก่อนวิกฤตฟองสบู่แตก ต้องแยกออกเป็นส่วน แต่ทุกส่วนล้วนมีการเกี่ยวเนื่องกัน ช่วงก่อนวิกฤตประเทศไทยมีปัญหาการขาดดุลแฝด คือ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และขาดดุลงบประมาณ ทางด้านสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน (บง.) และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (บงล.) ต่างให้กู้เงินโดยไม่ได้มีมาตรฐานและความเข้มงวดมากนัก เพราะระบบบริหารความเสี่ยงและกระบวนการตรวจสอบไม่ดี ทำให้เกิดปัญหาลูกหนี้นำเอาหลักทรัพย์ค้ำประกันชิ้นเดียวไปเวียนเทียนกู้เงินจากหลายธนาคาร หรือสถาบันการเงินบางแห่งก็ปล่อยกู้ให้เครือญาติและพวกพ้อง บริหารแบบธุรกิจครอบครัว การให้เงินกู้ก็เน้นดูหลักประกันมากกว่ากระแสเงินสด มีการกู้เงินจากต่างประเทศผ่านธุรกรรม บีไอบีเอฟ ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่ามาปล่อยกู้ในประเทศเพื่อกินส่วนต่าง ดอกเบี้ยสูงๆ
ทางด้านภาคธุรกิจ เมื่อได้เงินกู้มาง่าย ก็นำเงินกู้นั้นไปเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ และปั่นราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ จนราคาสูงเกินพื้นฐานอย่างมากมาย หรือนำเงินกู้ไปใช้ลงทุนผิดวัตถุประสงค์อย่างมากมาย
กองทุนต่างประเทศที่เห็นว่าค่าเงินบาทมีมูลค่าสูงคือแข็งค่ามากกว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจ จึงพากันมาเก็งกำไรค่าเงินบาท ซึ่งผู้ดูแลนโยบายการเงินอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัดสินใจสู้จนทำให้ทุนสำรองทางการระหว่างประเทศลดลงอย่างมากมาย จนรัฐบาลตัดสินใจประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้เกิดผลกระทบอย่างแรงต่อภาคธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์เจอปัญหาหนี้เสียอย่างรุนแรงจนเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมายจะต้องเพิ่มทุนอย่างเร่งด่วน และภาคธุรกิจที่มีหนี้เกินตัวก็ประสบปัญหาล้มละลาย
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบเศรษฐกิจนั้น ได้ทำให้เกิดการปฏิรูประบบการเงินใหม่ทั้งหมด มีการออกกฎหมายใหม่ มีการกำหนดระเบียบและกฎเกณฑ์ โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงใหม่ จนสถาบันการเงิน ไทยขณะนี้มีความแข็งแกร่งมาก ทั้งระบบมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) เฉลี่ยทั้งระบบประมาณ 15% และการสำรองหนี้สงสัยจะสูญเฉลี่ย 200%
ส่วนการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ก็มีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มาช่วยดูแลเรื่องดอกเบี้ย ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน ธปท.ก็ดูให้เป็นไปตามกลไกตลาด มีการแทรกแซงตลาดบ้างก็เพื่อไม่ให้ค่าเงินผันผวนจนเป็นปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจ
ด้านนโยบายการคลัง รัฐบาลมีการกำหนดกรอบการคลังยั่งยืน ควบคุมการก่อหนี้สาธารณะไม่ให้เกินตัว และดูแลการขาดดุลงบประมาณให้เป็นการขาดดุลเพราะลงทุน ซึ่งจะสร้างงานในภาคธุรกิจจริง
ในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางดำเนินชีวิตแก่ปวงชนชาวไทย และสามารถนำมาปรับใช้ได้กับภาคธุรกิจ หากน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใส่ใจและไม่หลงลืม โอกาสที่ประเทศไทยจะเกิดวิกฤตอีกรอบก็จะลดลง n







