posttoday
ไฟไหม้ฟาง (เหมือนเคย)

ไฟไหม้ฟาง (เหมือนเคย)

30 มิถุนายน 2560

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย การมีชีวิตอยู่ในประเทศไทยเปรียบเสมือนได้ผจญภัยทุกวัน เพราะเราคาดเดาไม่ได้เลยว่า เมื่อขับรถผ่านไซต์งานก่อสร้าง ทั้งถนน สะพาน ทางลอด หรือสถานีรถไฟฟ้า จะเจอภยันตรายอะไรบ้าง ทั้งปูนตกกระจายใส่ ไม้หล่นใส่ หากโชคร้ายหนักหน่อยอาจมีคานคอนกรีตหล่นทับ ถนนยุบ เรียกว่าวัดดวงกันทุกวันก็ว่าได้

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย

การมีชีวิตอยู่ในประเทศไทยเปรียบเสมือนได้ผจญภัยทุกวัน เพราะเราคาดเดาไม่ได้เลยว่า เมื่อขับรถผ่านไซต์งานก่อสร้าง ทั้งถนน สะพาน ทางลอด หรือสถานีรถไฟฟ้า จะเจอภยันตรายอะไรบ้าง ทั้งปูนตกกระจายใส่ ไม้หล่นใส่ หากโชคร้ายหนักหน่อยอาจมีคานคอนกรีตหล่นทับ ถนนยุบ เรียกว่าวัดดวงกันทุกวันก็ว่าได้

ยิ่งเมื่อพูดถึงอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยจะน่ายิ่งตกใจ เพราะไทย ติดอันดับที่ 2 ของโลก ที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ถึง ประมาณ 2.4 หมื่นคน/ปี หรือ 36 คน/ประชากร 1 แสนคน เป็น รองเฉพาะประเทศลิเบียเท่านั้น และดูเหมือนสถิตินี้จะไม่ดีขึ้นเลย ยังมีเรื่องตึกถล่ม ไฟไหม้ ที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทั้งกับอาคารพักอาศัย อาคารพาณิชย์ จนถึงอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ก็ยังหนีไม่พ้น นอกจากจะเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินแล้ว หลายคราวยังมีผู้เสียชีวิตอีกด้วย น่าเศร้า

ยิ่งฟังข่าวนิสิตจุฬาฯ ฝึกงานตกบ่อบำบัดน้ำเสียจนเสียชีวิต ก็ยิ่งเศร้าใจหนักขึ้นไปอีกว่า สังคมไทยไม่เคยให้ความสำคัญกับคำว่า ความปลอดภัยต้องมาก่อน หรือ Safety First เลย และจากข้อมูลกระทรวงแรงงานยังระบุว่า มีรายงานอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการทำงานมากกว่า 600 คน/ปี และที่ไม่ได้รายงานการเสียชีวิตคงอีกมากมาย ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

ที่สถานการณ์ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยเป็นเช่นนี้ และดูเหมือนจะเลวร้ายลงด้วยซ้ำ เพราะคนไทยส่วนใหญ่คิดว่า เรื่องอุบัติเหตุแบบนี้ "คงไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง" แต่ในความเป็นจริง มันอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น

จากประสบการณ์ของผม ในฐานะอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ที่มีโอกาสไปสำรวจสถานที่เกิดเหตุหลายครั้ง พบว่าสาเหตุของอุบัติเหตุทั้งเบาและทั้งรุนแรง เกือบทุกกรณีเกิดจากความประมาท หรือความละเลยของผู้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น และทุกครั้งที่ให้ความเห็นทางวิชาการเพื่อเป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก ก็เป็นเพียง "ไฟไหม้ฟาง" ทุกครั้งไป คือ เกิดขึ้น ลุกลามเร็ว แล้วไม่นานก็ดับสนิทไป

วันนี้ในยุคไทยแลนด์ 4.0 นอกเหนือจากการยกระดับทางนวัตกรรมแล้ว สิ่งที่ไม่ควรจะมองข้ามไปเลย คือ เรื่องการยกระดับความปลอดภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการวัดคุณภาพชีวิตของพลเมือง ซึ่งต้องยอมรับว่าชีวิตของคนไทยมีคุณภาพด้อยกว่าคนอื่นจริงๆ

เชื่อว่าปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัย แต่ก็พิสูจน์แล้วว่าทำงานไม่ได้ผล ขณะที่ประเทศชั้นนำจะมีองค์กรที่ดูเรื่องความปลอดภัยทั้งระบบ มีหน้าที่ให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยแก่พลเมือง ตั้งแต่ในวัยเด็ก ทั้งผลิตสื่อข้อควรคำนึงเรื่องความปลอดภัยสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีอัตราความเสี่ยงต่ำกว่าประเทศไทยมากมายนัก ยังเสนอรัฐบาลให้ออกกฎหมาย เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทุกรูปแบบ และมีโทษที่รุนแรงหากมีผู้ฝ่าฝืน ไม่ว่าจะเป็นระดับองค์กรหรือบุคคลก็ตาม

แม้ว่าเราจะมีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ภายใต้กระทรวงแรงงาน แต่ด้วยบทบาทจำกัด ที่เน้นเฉพาะอันตรายจากการทำงานเป็นหลักเท่านั้น มิได้รวมไปถึงอันตรายจากอุบัติเหตุทางด้านอื่น ที่ล้วนมีความสัมพันธ์กันทั้งสิ้น

ทั้งจากการเดินทางบนท้องถนน จากการก่อสร้าง และจากภายในอาคารสาธารณะ ซึ่งมีมากมายหลายหน่วยงาน กระจัดกระจายกันกำกับดูแลเต็มไปหมด ไม่ได้มีบทบาทเข้มแข็ง

จึงต้องยกระดับเรื่องความปลอดภัยเป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลควรใช้ช่วงเวลานี้แก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม แบบเป็นองค์รวม ไฟถึงจะได้เลิกไหม้ฟางเสียที

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่