posttoday
5วิธีมองหุ้นเติบโต ไม่ให้พลาด

5วิธีมองหุ้นเติบโต ไม่ให้พลาด

13 มิถุนายน 2560

โดย...ภัทรธร ช่อวิชิต FINNOMENA Insight

โดย...ภัทรธร ช่อวิชิต FINNOMENA Insight

หุ้นเติบโตเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนที่ดีในตลาดหุ้น แต่ความยากของหุ้นเติบโตคือต้องแยกให้ออกว่าบริษัทที่เราสนใจโตจริงหรือแค่โตหลอกๆ บอกให้เราซื้อแล้วพาติดดอย ดังนั้นการมองหุ้นเติบโตที่จะเติบโตได้ยาวๆ มีหลักการมองเบื้องต้นดังนี้

1.อุตสาหกรรมกำลังโต

อุตสาหกรรมที่เติบโต แสดงว่าสินค้าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จะทำให้ตลาดมองทิศทางผลประกอบการอนาคตค่อนข้างดี มองในงบการเงินจะเห็นการเติบโตของยอดขายที่สูง ในแต่ละปีจะมีอุตสาหกรรมที่เติบโตสลับหมุนเวียนกันไป การดูแนวโน้มของอุตสาหกรรมก็ต้องมองทิศทางลมให้ดี บางกลุ่มจะโตตามรอบวงจรเศรษฐกิจ นักลงทุนสามารถไปสืบค้นข้อมูลต่อว่าในแต่ละช่วงวงจรเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอะไรขึ้นลงบ้าง โดยค้น google คำว่า “Economics Cycle Stock” บางอุตสาหกรรมโตเป็นช่วงๆ ตามนโยบายภาครัฐ และหลายอุตสาหกรรมก็โตแบบเริ่มต้นรอบสินค้าใหม่เลยไร้คู่แข่งกวนใจ

2.กำไรต่อเนื่อง

กำไรเป็นตัวผลักดันราคาหุ้นให้วิ่งยาวๆ ได้ ดังนั้นหุ้นเติบโตควรมีกำไรที่เติบโตต่อเนื่องด้วย โดยปกติการดูแนวโน้มการเติบโตของกำไรจะดูเป็นรายปี ว่าแต่ละปีเฉลี่ยแล้วโตประมาณเท่าไร และเข้าไปดูไส้ในว่า แต่ละไตรมาสเทียบกันทั้งไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และเทียบกับไตรมาสที่แล้ว เป็นอย่างไร ถ้าเริ่มมีแนวโน้มลดลงก็ต้องระวัง

นอกจากการพิจารณาเชิงปริมาณแล้วการมองในเชิงคุณภาพก็สำคัญ ถ้ารูปแบบการทำธุรกิจกำไรไม่ต่อเนื่อง ราคาหุ้นจะผันผวนกว่าหุ้นที่ทำธุรกิจกำไรต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่นธุรกิจที่รับงานเป็นโปรเจกต์ เช่น กลุ่มรับเหมา หรือขายสินค้าชิ้นใหญ่ๆ เช่น ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จะรับรู้รายได้เมื่อโอน กำไรจะผันผวนและเดายากมากกว่าธุรกิจที่ขายสินค้าที่ใช้แล้วทิ้ง ลูกค้ามีการใช้งานต่อเนื่อง

3.งบสวย

งบการเงินเหมือนเป็นบันทึกผลจากการดำเนินนโยบายเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร งบการเงินที่สวยงามหลักการเบื้องต้นคือต้องอ่านง่ายและมีความสม่ำเสมอ บริษัทที่รายได้ กำไร และอัตราส่วนทางการเงิน ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ผันผวน ราคาหุ้นจะผันผวนตาม บทที่ราคาหุ้นจะขึ้นก็ขึ้นได้ไม่สุด ขึ้นไปได้ซักพักราคาหุ้นจะเริ่มขยับออกข้างพาให้อึดอัด

4.มีการลงทุนต่อเนื่อง

ธุรกิจจะเติบโตได้จะต้องมีการขยายการลงทุน หลายบริษัทก็ขยายตัวในอุตสาหกรรมเดิม หรือขยายออกข้างโดยการไปซื้อธุรกิจใหม่ หรือขยายแนวดิ่งโดยไปลงทุนผลิตวัตถุดิบเองหรือไม่ก็เป็นผู้จัดจำหน่ายเองไม่ง้อนายหน้า ซึ่งการจะเติบโตได้ยาวๆ นั้นงบการเงินควรคงความสวยงามไว้เหมือนเดิมไม่ใช่ยิ่งโตงบยิ่งแย่ลง สุดท้ายผู้ถือหุ้นไม่ได้อะไร

ถ้าขยายตัวในธุรกิจเดิมงบการเงินที่สม่ำเสมอแสดงว่าบริษัทสามารถนำโมเดลธุรกิจเดิมไปสร้างที่อื่นได้เรื่อยๆ ไม่ใช่ขยายสาขาใหม่ก็ต้องแก้ปัญหาใหม่ไปเรื่อย ถ้าขยายตัวออกข้างไปซื้อกิจการอื่นอย่างน้อย ROA ควรเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่าใช้เงินลงทุนได้เหมาะสม และสุดท้ายถ้าขยายตัวแนวดิ่งก็ควรเห็นอะไรที่รวมกันแล้วดีขึ้นในงบการเงิน เช่น จากซื้อขายถ่านหินมาขายและขยายตัวมาซื้อเหมืองเอง ก็ควรเห็นเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าลดลง เป็นต้น หรือร้านค้าปลีกมาขยายศูนย์กระจายสินค้าก็ควรเห็นระยะเวลาขายสินค้าที่ลดลง เป็นต้น

5.โตลดลงต้องรีบเผ่น

หุ้นเติบโตส่วนใหญ่ตลาดมักให้ความคาดหวังสูง ดูได้จากค่า P/E ที่แพง อย่างน้อยๆ ก็ 30 เท่าขึ้นไป มองแบบง่ายๆ คือราคาที่ซื้อถ้าบริษัทไม่โตเลยและจ่ายปันผล 100% ของกำไร 30 ปีเพิ่งได้ทุนคืน แสดงว่าคนที่ซื้อคาดหวังว่ากำไรในอนาคตจะสูงขึ้น ทำให้ระยะเวลาคืนทุนสั้นลง ดังนั้นการถือหุ้นเติบโตต้องคอยดูตลอดว่า เราจะโตด้วยอะไรและตลาดจะตันเมื่อไร ถ้าเห็นกิจการเริ่มขยายจนใกล้ๆ เต็ม และแนวโน้มของผลประกอบการ อัตราส่วนทางการเงินเริ่มแย่ลง การถือหุ้นเราจะเริ่มอยู่ไม่สุขถือหุ้นไม่ค่อยสบายใจ หรือจะขายไปบางส่วนก็ได้เพื่อความสบายใจ

จะเห็นว่าหุ้นเติบโตเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนได้ดี แต่นักลงทุนก็ต้องมีหลักคิดที่ชัดเจนในการติดตามว่าบริษัทที่เราสนใจจะสามารถเติบโตต่อได้หรือไม่ด้วย เจริญในการลงทุนทุกท่านครับ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่