posttoday
ทหารไทยชู Make THE Difference เปลี่ยนเพื่อลูกค้า

ทหารไทยชู Make THE Difference เปลี่ยนเพื่อลูกค้า

29 เมษายน 2560

“บุญทักษ์ หวังเจริญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี ควงผู้บริหารที่เป็นแม่ทัพในการดำเนินธุรกิจ

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

“บุญทักษ์ หวังเจริญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี ควงผู้บริหารที่เป็นแม่ทัพในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร “รูว์ ไฮซแมน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล “ไตรรงค์ บุตรากาศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี และ “ปิติ ตัณฑเกษม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ มาเปิดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2560 โดยยังยึดแนวคิด Make THE Difference เปลี่ยน...เพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น เป็นหัวใจหลักในการดำเนินงาน

บุญทักษ์ กล่าวว่า ในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา ธนาคารยึดแนวคิด Make THE Difference เพื่อให้บริการลูกค้า โดยสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกและง่าย ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการของทีเอ็มบีที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง (Need Based) ไปพร้อมกัน

“ธนาคารยึด Brand DNAs ใน 4 เรื่องหลัก คือ ท้าทายสิ่งที่เป็นอยู่ ฉลาด รู้จริง จริงใจ ง่ายใช้งานได้จริง ทั่วทั้งองค์กรอย่างเข้มงวด เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุด ริเริ่มพัฒนาและคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าไม่เคยได้รับมาก่อน และไม่เคยมีมาก่อนในธุรกิจธนาคาร ซึ่งเน้นไร้ค่าธรรมเนียม หรือมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าธนาคารอื่น” ซีอีโอ ธนาคารทหารไทย กล่าว

บุญทักษ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ธนาคารจะทำต่อไปเพื่อลูกค้า คือ เราจะไม่หยุดพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตได้เต็มที่ในแบบที่ต้องการ โดย 1.เป็นธนาคารเพื่อการทำธุรกรรมที่ดีที่สุด พร้อมเทคโนโลยีที่ใช้ง่ายและสะดวก 2.ให้ลูกค้ายิ่งทำธุรกรรมมาก ยิ่งได้ประโยชน์มาก 3.Need Base Approach ด้วยบริการที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า

ด้าน รูว์  ไฮซแมน กล่าวว่า แนวทางการตอบโจทย์ลูกค้าบุคคลของทีเอ็มบี คือ ยึดแนวคิด Make THE Difference ลงในผลิตภัณฑ์และบริการของทีเอ็มบี อาทิ ตอบโจทย์เรื่องการทำธุรกรรมทางการเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าด้วยความจริงใจ ผ่านเงินฝากบัญชี ทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้ากว่า 2 ล้านรายเลือกใช้ทีเอ็มบีเป็นธนาคารหลัก

สำหรับลูกค้าที่รักการออม ชอบผลตอบแทนสูง บัญชีเงินฝากไม่ประจำ ดอกสูง (TMB No Fixed) เพิ่มระดับความพึงพอใจด้วยดอกเบี้ยสูงถึง 1.6% เมื่อลูกค้าคงเงินหรือฝากเพิ่มในแต่ละเดือน มีจำนวนลูกค้า 2.1 ล้านราย

นอกจากนี้ ทีเอ็มบีได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล ด้วยบริการขอข้อมูลและสมัครผลิตภัณฑ์ออนไลน์เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าทุกที่ทุกเวลา โดยที่พนักงานจะโทรกลับในเวลาไม่เกิน 5 นาที และในปี 2560 มีบริการให้คำปรึกษาทางการเงินการลงทุนสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อน โดยโดยธนาคารมีแผนงานขยายจำนวนสาขาเป็น 20 สาขา ภายในเดือน ก.ค.นี้

สำหรับการดูแลลูกค้าเอสเอ็มอีนั้น ไตรรงค์ บุตรากาศ ระบุว่า ธนาคารได้ให้ความสำคัญกับลูกค้าเอสเอ็มอีด้วยความจริงใจและตรงไปตรงมากับลูกค้าเสมอมา มองว่าค่าธรรมเนียมเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งที่ไม่มีความจำเป็นต้องจ่าย ดังนั้น จึงได้เริ่มยกเว้นค่าธรรมเนียมข้ามเขต ค่าธรรมเนียมเช็คเรียกเก็บ ให้กับลูกค้าทีเอ็มบีตั้งแต่ปี 2556 ช่วยลูกค้าเอสเอ็มอีประหยัดค่าธรรมเนียมไปได้ 150 ล้านบาทใน 4 ปีที่ผ่านมา และยกระดับเพิ่มขึ้นอีกขั้นด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนข้ามเขต ข้ามแบงก์ทำให้ลูกค้าประหยัดค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 300 ล้านบาท 

ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ สามารถใช้ TMB Business Click ธนาคารออนไลน์ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่อย่างแท้จริง เพิ่มความสะดวก ทุกที่ ทุกเวลา และทุกครั้ง มีการทำธุรกรรมผ่านทาง TMB Business Click มากกว่า 3 ล้านล้านบาท หรือเติบโตขึ้นมากกว่า 67% นอกจากนี้ หากลูกค้าเดินบัญชีกับทีเอ็มบีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้พร้อมเพย์ อีดีซี หรือการเดินบัญชีปกติ ก็จะมีสิทธิได้รับพิจารณาวงเงินสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เพราะธนาคารสามารถวิเคราะห์การทำธุรกรรมรับ-จ่ายของลูกค้าตลอด จนทำให้ทราบได้ทันทีว่าลูกค้ามีความต้องการเงินทุนเพิ่มเติมหรือไม่

ปัจจุบันลูกค้าเอสเอ็มอีได้รับการสนองตอบด้านสินเชื่อที่เป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจธนาคาร ได้รับเงินทุน 3 เท่าของหลักประกัน โดยทีเอ็มบีเริ่มให้สินเชื่อทีเอ็มบี 3 เท่าของมูลค่าหลักทรัพย์เป็นรายแรก ส่งผลให้ขยายฐานลูกค้าได้มากกว่า 7,000 ราย ในปีแรกด้วยวงเงิน 5.8 หมื่นล้านบาทและมีการยกระดับอย่างต่อเนื่อง ในปีถัดมาเป็นสินเชื่อทีเอ็มบี 3 เท่าพลัส โดยลูกค้าได้รับการค้ำประกันทั้งจาก บสย.และ International Finance Corporation หรือ IFC ทำให้ฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 1.5 หมื่นราย วงเงินเพิ่มเป็น 1.4 แสนล้านบาท ล่าสุด ทีเอ็มบีสนับสนุนให้ลูกค้าใช้หลักประกันรูปแบบใหม่ในการเพิ่มวงเงินเป็นธนาคารแรก หรือสินเชื่อทีเอ็มบีเอสเอ็มอี 3 เท่า พร้อมเพิ่ม

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ กล่าวว่า การสนับสนุนเงินทุนในระบบซัพพลายเชนเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเมื่อแต่ละหน่วยธุรกิจในซัพพลายเชนแข็งแกร่ง จะสามารถทำให้ธุรกิจเติบโตได้ทั้งซัพพลายเชน จึงเริ่มให้การสนับสนุนเงินกู้ให้กับซัพพลายเชน ของลูกค้า เช่น ปตท. บุญรอด SCG  คูโบต้า และเซ็นทรัล รวมถึงลูกค้าของลูกค้า ซึ่งก็คือ ธุรกิจเอสเอ็มอี ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน  นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาต่อยอดทำให้ลูกค้าของลูกค้าของลูกค้า หรือ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว สามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น และเมื่อทั้งซัพพลายเชนแข็งแกร่ง ก็สามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้กับลูกค้าได้ และในปัจจุบันได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยพัฒนาประสิทธิภาพ ทำให้เป็นระบบ Paperless ซึ่งช่วยประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย และสามารถจัดเก็บข้อมูลและนำกลับมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมามีมูลค่าการชำระเงินกว่า 8.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 25% ของยอดขายของลูกค้าทีเอ็มบี

 ส่วนในเรื่องของความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้นำเข้าและส่งออก ลูกค้าจำเป็นต้องได้รับข้อมูลแนวโน้มเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนต่างๆ และต้องการคำแนะนำที่มีประโยชน์ประกอบการตัดสินใจอย่างเร่งด่วนเสมอ ทีเอ็มบีจึงได้พัฒนา FX Simulation เพื่อเป็นเครื่องมือให้ลูกค้าร่วมวางแผนบริหารความเสี่ยงกับผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ลูกค้าสามารถทำได้ด้วยตนเอง และลองวางแผนในหลายๆ สถานการณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนและควบคุมความเสี่ยง ช่วยให้ลูกค้าสามารถได้ผลกำไรตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร