posttoday
โละข้าวเสื่อม1ล้านตัน

โละข้าวเสื่อม1ล้านตัน

20 เมษายน 2560

"พาณิชย์" เตรียมเปิดประมูลข้าวเสื่อม 1.03 ล้านตัน 28 เม.ย.นี้ คาดขายได้ราคาต่ำกก.ละ3-4บาท พร้อมเคาะขายข้าวเข้าอุตสาหกรรมไม่ใช่คนบริโภค 1.62 ล้านตัน

"พาณิชย์" เตรียมเปิดประมูลข้าวเสื่อม 1.03 ล้านตัน 28 เม.ย.นี้ คาดขายได้ราคาต่ำกก.ละ3-4บาท พร้อมเคาะขายข้าวเข้าอุตสาหกรรมไม่ใช่คนบริโภค 1.62 ล้านตัน

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้เห็นชอบให้กรมการค้าต่างประเทศในฐานะประธานคณะทำงานระบายข้าว ออกประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 1/2560 ปริมาณ 1.03 ล้านตัน ตามแผนการระบายข้าวคงเหลือในสต๊อกของรัฐบาลที่ นบข.ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว โดยจะเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าดูสภาพข้าวได้ตั้งแต่วันที่ 19-25 เม.ย. และเปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติวันที่ 26 เม.ย. ก่อนที่จะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติเพื่อยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 28 เม.ย. และเปิดซองเสนอราคาในวันเดียวกัน

ทั้งนี้ ข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่จะนำออกมาจำหน่ายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ในครั้งนี้ เป็นข้าว 16 ชนิด ประกอบด้วยข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ข้าวหอมจังหวัด ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 10% ข้าวขาว 15% ข้าวขาว 25% เลิศ ข้าวปทุมธานี ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ ข้าวท่อนหอมจังหวัด ข้าวท่อนปทุมธานี ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวหอมจังหวัด ปลายข้าวปทุมธานี ปลายข้าวเอวัน เลิศ และปลายข้าวเอวัน ปริมาณรวมทั้งสิ้น 1.03 ล้านตัน จำนวน 157 คลัง ใน 34 จังหวัด

อย่างไรก็ตาม กรมได้กำหนดเชิญผู้สนใจเข้ารับฟังการชี้แจงเงื่อนไขการประมูลในวันที่ 20 เม.ย.นี้  ซึ่งยืนยันว่าการเปิดระบายครั้งนี้ นบข.ได้ให้ความสำคัญกับการจัดระบบมาตรฐานการตรวจสอบ และการกำกับดูแล รวมทั้งการติดตามข้าวดังกล่าวเพื่อไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ทั้งการบริโภคของคนและสัตว์ เนื่องจากข้าวมีสภาพเสื่อม และผิดชนิด ผิดมาตรฐาน จึงต้องมีการวางแนวทางป้องกัน เพื่อไม่ให้ข้าวรั่วไหลเข้าสู่ระบบการค้าปกติ

สำหรับผลการเปิดประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2560 ปริมาณ 3.66 ล้านตัน โดยมีผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาสูงสุดซื้อข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลจำนวน 15 ราย ใน 157 คลัง ปริมาณ 2.07 ล้านตัน ซึ่งทางคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวและประธานกรรมการ นบข. ได้พิจารณาผลการยื่นซองเสนอราคาดังกล่าวแล้ว อนุมัติขายให้กับผู้เสนอซื้อสูงสุด จำนวน 13 ราย ใน 125 คลัง ปริมาณ 1.62 ล้านตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 44.32% ของปริมาณข้าวที่เปิดประมูล มูลค่าเสนอซื้อ 7,929 ล้านบาท

"การอนุมัติขายดังกล่าวเป็นการตกลงขายให้ผู้เสนอซื้อในราคาสูงสุดที่เหมาะสมกับสภาพข้าว โดยคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการเก็บรักษาข้าว และผลกระทบต่อตลาดข้าวและ ธัญพืชอื่นๆ ซึ่งกรมได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ชนะการประมูลเข้าทำสัญญาซื้อขายข้าวกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ภายใน 15 วันทำการแล้ว" นางดวงพร กล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การอนุมัติขายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่คนบริโภคปริมาณ 1.62 ล้านตัน มูลค่า 7,929 ล้านบาท หากคิดเป็นราคาเฉลี่ยกิโลกรัม (กก.) พบว่ามีการอนุมัติขายประมาณ กก.ละไม่เกิน 5 บาท หรือตันละ 5,000 บาท ซึ่งหากคำนวณจากต้นทุนการรับจำนำข้าวเปลือกเฉลี่ยตันละ 1.5 หมื่นบาท หรือข้าวสารตันละ 2.4 หมื่นบาท พบว่าจะขาดทุนจากต้นทุนรับจำนำถึงตันละ 1.9 หมื่นบาท ส่วนข้าวสารที่จะเปิดประมูลในรอบถัดไป ซึ่งเป็นข้าวเสื่อม ไม่เหมาะต่อการบริโภคทั้งคนและสัตว์ปริมาณ 1.03 ล้านตัน คาดว่าจะมีการเสนอราคาซื้อต่ำกว่าการประมูลในรอบที่ผ่านมา เนื่องจากอุตสาหกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้คือ อุตสาหกรรมพลังงาน เท่านั้น ทำให้คาดว่าจะมีการเสนอราคาต่ำไม่เกิน กก.ละ 3-4 บาท  หรือตันละ 3,000-4,000 บาท

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายที่จะระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลที่เหลืออยู่ประมาณ 6.5 ล้านตัน ไม่นับรวมการอนุมัติขายในรอบล่าสุด 1.62 ล้านตัน ให้หมดภายในปีนี้ จากสต๊อกข้าวที่รัฐบาลปัจจุบันรับมอบมาทั้งหมดประมาณ 18 ล้านตัน เพื่อให้ระบบการค้าข้าวไทยเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีแรงกดดันจากสต๊อกรัฐบาลมากดดันราคาข้าวในตลาด

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่