
รัฐลุยเก็บภาษีธุรกิจดิจิทัล
คลังตั้งคณะทำงานศึกษาสร้างความเท่าเทียมผู้ประกอบการ
คลังตั้งคณะทำงานศึกษาสร้างความเท่าเทียมผู้ประกอบการ
โพสต์ทูเดย์ - คลังหาช่องเก็บภาษีธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เล็งจัดรายจ่ายโฆษณาให้ผู้ประกอบการในต่างประเทศ ห้ามหักภาษีได้
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้กระทรวงการคลังรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการเก็บภาษีจากธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-คอมเมิร์ซ โดยดึงผู้แทนหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งรัฐและเอกชนเข้ามาร่วม ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
ทั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้เสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษี 2 ส่วน คือ 1.กรมสรรพากรจะเป็นผู้ประสานงานหลักในการเผยแพร่ความรู้การเสียภาษีอากร การตรวจสอบติดตามการเสียภาษีที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการเก็บภาษีจากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งล่าสุดกรมสรรพากรได้ตั้งคณะทำงานปรับปรุงประมวลรัษฎากรเพื่อจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซแล้ว
สำหรับส่วนที่ 2 พิจารณาแนวทางการจัดเก็บภาษีประเภทใหม่ คือ การเก็บภาษีที่สร้างความเสมอภาคระหว่างผู้ประกอบการในประเทศและผู้ประกอบการต่างประเทศ (Equalization Levy) ปัจจุบันมีการใช้แล้วในประเทศอินเดีย โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการข้ามชาติที่เข้ามาขายสินค้าบริโภคต้องจดทะเบียนในประเทศเพื่อเก็บภาษีได้ หรืออาจยึดตัวอย่างแบบญี่ปุ่น คือ การเจรจากับบริษัทเจ้าของสารสนเทศดิจิทัล (Digital Content) ให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้บริโภคแล้วส่งให้สรรพากรไทย ซึ่งจะเป็นแนวทางสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบธุรกิจในประเทศและผู้ประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีผลศึกษาของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรื่องมาตรการหรือแนวทางในการจัดเก็บภาษีจากการส่งเงินค่าโฆษณาไปให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในต่างประเทศ โดยไม่มีการเสียภาษีให้แก่ประเทศไทย โดยเสนอกำหนดให้รายจ่ายโฆษณาที่ไม่ได้ผ่านการเสียภาษีนั้นเป็นรายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ประมวลรัษฎากร คือไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นด้วยในหลักการแต่จะต้องปฏิบัติให้เท่าเทียมกันสำหรับรายจ่ายทุกประเภทที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ
รวมทั้งมีแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับธุรกรรม โดยกำหนดแบบแผนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทั้งหมดให้เป็นมาตรฐานและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยให้กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักบูรณาการเรื่องข้อมูล และต้องมีมาตรการจูงใจอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ โดยตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกแบบวันสต็อปเซอร์วิสสำหรับอี-คอมเมิร์ซโดยเฉพาะ







