
ร้านรับแลกเงินรุ่ง มูลค่าเฉียด5หมื่นล้าน
โดย...พรสวรรค์ นันทะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยจำนวนร้านรับแลกเงินในภาคใต้เดือน ม.ค.ขยายตัวสูง รับการท่องเที่ยวโตดีต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งเสริมของทางการ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ รวมทั้งระบบมียอด 4.85 หมื่นล้านบาทธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงสถิติจำนวนร้านที่ดำเนินธุรกิจรับแลกเงินตราต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (Money Changer) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ณ เดือน ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา ว่า ทั่วประเทศมีร้านรับแลกเงินจำนวนเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันก่อน 115 แห่ง หรือ 6.3% หรือจากเดิมที่มี 1,828 แห่ง เพิ่มเป็น 1,943 แห่ง โดยหลักแล้ว เป็นการเพิ่มจากจำนวนร้านค้าที่เปิดให้บริการในพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ใน จ.ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สงขลา และพังงา เป็นต้นทั้งนี้ หากแยกตามรายภาคจะพบว่า ร้านรับแลกเงินในภาคใต้ มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ 111 แห่ง เป็น 924 แห่ง ภาคเหนือ เพิ่ม 13 แห่ง เป็น 128 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นใน จ.เชียงใหม่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่ม 4 แห่ง เป็น 40 แห่ง เป็นการเพิ่มขึ้นใน จ.หนองคาย ขณะที่ร้านรับแลกเงินในพื้นที่กรุงเทพฯ
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยจำนวนร้านรับแลกเงินในภาคใต้เดือน ม.ค.ขยายตัวสูง รับการท่องเที่ยวโตดีต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งเสริมของทางการ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ รวมทั้งระบบมียอด 4.85 หมื่นล้านบาท
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงสถิติจำนวนร้านที่ดำเนินธุรกิจรับแลกเงินตราต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต (Money Changer) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ณ เดือน ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา ว่า ทั่วประเทศมีร้านรับแลกเงินจำนวนเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันก่อน 115 แห่ง หรือ 6.3% หรือจากเดิมที่มี 1,828 แห่ง เพิ่มเป็น 1,943 แห่ง โดยหลักแล้ว เป็นการเพิ่มจากจำนวนร้านค้าที่เปิดให้บริการในพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ใน จ.ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สงขลา และพังงา เป็นต้น
ทั้งนี้ หากแยกตามรายภาคจะพบว่า ร้านรับแลกเงินในภาคใต้ มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ 111 แห่ง เป็น 924 แห่ง ภาคเหนือ เพิ่ม 13 แห่ง เป็น 128 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นใน จ.เชียงใหม่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่ม 4 แห่ง เป็น 40 แห่ง เป็นการเพิ่มขึ้นใน จ.หนองคาย ขณะที่ร้านรับแลกเงินในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง กลับมีจำนวนลดลง 13 แห่ง เหลือ 851 แห่ง ส่วนใหญ่จะ
ลดลงใน จ.ชลบุรี อย่างไรก็ดี ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนร้านยังเพิ่มขึ้น
สำหรับปริมาณธุรกรรมการซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ร้านรับแลกเงินรายงานต่อ ธปท. ล่าสุด ณ เดือน ธ.ค. 2559 มีมูลค่าการซื้อขายรวม 1,385 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.77 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนเปิดตลาดเช้าวันที่ 5 เม.ย. ที่ระดับ 34.50 บาท/เหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นปริมาณซื้อ 695 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.16 หมื่นล้านบาท และปริมาณการขาย 690 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.38 หมื่นล้านบาท โดยปริมาณการซื้อขายหลักๆ อยู่ที่ในสำนักงานใหญ่ รองลงมา คือ ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ
ชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ อุปนายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (TAFEX) เปิดเผยว่า ธุรกิจร้านรับแลกเงินยังมีแนวโน้มเติบโตดี ตามการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวที่โตได้ดีต่อเนื่อง ประกอบกับ ธปท.เองก็ให้การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจร้านรับแลกเงินที่ยังไม่ถูกต้องตามระเบียบ เข้ามาจดทะเบียนขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย
ด้านแหล่งข่าวที่อยู่ในธุรกิจร้านรับแลกเงินตราต่างประเทศ เปิดเผยว่า ธุรกิจการเปิดร้านรับแลกเงินในปัจจุบันสามารถเปิดได้ง่าย มีทุนเพียง 2-3 แสนบาทก็เปิดได้ ทั้งที่ธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต้องปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงิน ต้องรายงานธุรกรรมการเงินที่ต้องสงสัย และธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป ให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษทางอาญา
“ปัจจุบันร้านที่ได้มาตรฐานและเป็นสมาชิก TAFEX มีเพียง 100 ราย จากทั้งระบบที่มีมากถึง 1,900 กว่าราย ขณะที่การเป็นสมาชิก TAFEX จะมีระบบไอทีที่ให้เข้าตรวจสอบบุคคลหรือธุรกรรมที่มีความเสี่ยงหรือเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย การฟอกเงินได้ ช่วยให้ทำธุรกิจปลอดภัย ไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย ค่าสมาชิกเพียง 5,000 บาท/ปี หรือวันละ 13.69 บาทเท่านั้น สามารถดูข้อมูลวันละกี่ครั้งก็ได้ แต่ร้านรับแลกเงินทั่วไปมักไม่ยอมเข้าเป็นสมาชิก ทั้งที่ในต่างประเทศ อย่างมาเลเซียต้องเข้าเป็นสมาชิกชมรม ใช้ระบบร่วมกันได้ก่อน จึงจะได้ใบอนุญาต แต่ทางการไทยกลับไม่มีการบังคับ” แหล่งข่าวระบุ







