
ไม่ปลื้มไทยซื้ออาวุธจีน
"สมคิด" แจง ครม.ไทย ยังไม่อยู่ในรายชื่อถูกสหรัฐสอบขาดดุลการค้า แต่เตรียมพร้อมชี้ให้ระวังเรื่องจัดซื้ออาวุธ
"สมคิด" แจง ครม.ไทย ยังไม่อยู่ในรายชื่อถูกสหรัฐสอบขาดดุลการค้า แต่เตรียมพร้อมชี้ให้ระวังเรื่องจัดซื้ออาวุธ
แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานให้ ครม.รับทราบกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามคำสั่งพิเศษให้ตรวจสอบการขาดดุลการค้าของสหรัฐกับ 16 ประเทศ โดยระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีการระบุชื่อประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แต่ต้องเตรียมรับมือกรณีสหรัฐส่งคนเข้ามาตรวจสอบ
ทั้งนี้ คาดว่าสหรัฐจะให้ความสนใจใน 3 ประเด็น คือ การมีกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่คุ้มครองไม่ให้เกิดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งหากมีการจัดซื้อจากสหรัฐก็จะมีแต้มต่อ แต่หากมีการซื้อจากรัสเซียหรือจีนมาก ก็อาจจะถูกเพ่งเล็ง และการแทรกแซงค่าเงินบาท
นายสมคิด ระบุว่า เรื่องทรัพย์สินทางปัญญารัฐบาลดูแลอย่างใกล้ชิด นายกฯ ได้ใช้อำนาจหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 เร่งรัดปรับปรุงกฎหมายย่นระยะเวลาออกสิทธิบัตรเหลือ ข้อสงวนเพียงเรื่องสิทธิบัตรยา แต่ส่วน ที่ไทยจะต้องระมัดระวังคือเรื่องของการ จัดซื้อยุทโธปกรณ์
ด้านกระทรวงพาณิชย์ได้ประชุมระดับบริหาร เพื่อวางมาตรการรองรับต่อคำสั่งของนายทรัมป์ ก่อนจะนัดหารือกับภาคเอกชนเจาะรายอุตสาหกรรมในช่วงวันที่ 10-11 เม.ย.นี้
สำหรับผลการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา (TIFA JC) ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ไม่มีข้อสรุปใด เพราะท่าทีของสหรัฐเห็นว่าไทยเดินหน้าแก้ไขปัญหายังล่าช้า โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา







