posttoday
พาณิชย์ถกกทม.เตรียมปรับปรุงตลาดสดใหม่

พาณิชย์ถกกทม.เตรียมปรับปรุงตลาดสดใหม่

23 มีนาคม 2560

"พาณิชย์" เตรียมยกเครื่องตลาดสด เร่งถกกทม.เข้าปรัปปรุง หวังช่วยแม่ค้าสู้ศึกโมเดิร์นเทรด เล็งจัดงานใหญ่โลคอลอิโคโนมี

"พาณิชย์" เตรียมยกเครื่องตลาดสด เร่งถกกทม.เข้าปรัปปรุง หวังช่วยแม่ค้าสู้ศึกโมเดิร์นเทรด เล็งจัดงานใหญ่โลคอลอิโคโนมี

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯมีแผนที่จะยกระดับตลาดสดทั่วกรุงเทพฯให้ได้มาตรฐานทั้งด้านความสะอาด ถูกสุขลักษณะ โดยไตรมาส 2 นี้ เตรียมที่จะหารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการเข้าไปพัฒนาตลาดสดในพื้นที่กทม.ก่อน เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)  ยกระดับแผงค้าให้มีมาตรฐาน และยังทำให้ประชาชนมาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ค้าในตลาดสดแข่งขันกับการขายสินค้าอาหารสดในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) หรืออยู่ร่วมกันได้

"ตลาดสดเป็นอีกตลาดที่จะต้องพัฒนา แม้ปัจจุบันนี้จะดีขึ้นมาก แต่การยกระดับยังไม่ได้ทำเต็มที่ ในขณะที่ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ทำให้ไม่ค่อยนิยมมาซื้อของที่ตลาดสด ไปเดินโมเดิร์นเทรดกันหมด จะทำให้พ่อค้าแม่ค้าข้างล่างอยู่ไม่ได้ ซึ่งการยกระดับ เช่น แผงขายเนื้อไก่เนื้อหมู ต้องมีกระจกกั้นเพื่อรักษาความสะอาด ก็มีไม่กี่แห่งเท่านั้น จึงทำให้ผู้บริโภคไม่เชื่อถือ แต่หากทำให้ตลาดสดทุกแห่งมีมาตรฐาน คนก็จะกลับมาเชื่อถือ และถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าต่อไปด้วย"นายสนธิรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนที่เข้ามาทำงาน ได้เน้นการทำงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ระดับล่างมีความเข้มแข็ง และกลายเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งได้เร่งให้พัฒนาหลายด้าน โดยเฉพาะตลาดต่าง ๆ ทั้งตลาดชุมชนประชารัฐ ตลาดกลางสินค้าเกษตร ตลาดต้องชม และตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยว (แม็คเน็ต มาร์เก็ต) ซึ่งภายในเดือนพ.ค.นี้ จะเปิดตลาดทุเรียน ที่จ.เชียงใหม่ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนมาเที่ยวและกินทุเรียน และกำลังพิจารณาจะเปิดตลาดซีฟู้ดส์ อาหารทะเลให้นักท่องเที่ยว ที่จ.สุราษฏร์ธานี ภูเก็ต และเมืองพัทยา

นอกจากนี้ จะหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำสินค้าเกษตร ไปแปรรูปเป็นสินค้าอาหารต่าง ๆ เช่นทุเรียนทอด ทุเรียนกวน ขายให้นักท่องเที่ยวในตลาดแม็คเน็ต มาร์เก็ตด้วย ส่วนตลาดต้องชมนั้นจะเพิ่มเงื่อนไขขึ้น โดยจะคัดเลือกพื้นที่ที่มีพื้นฐานชุมชนที่เข้มแข็งรองรับ เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้ตลาดอยู่ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือของรัฐ และถ้ามีวัฒนธรรม จะเป็นจุดแข็งสำคัญทำให้สามารถแข่งขันได้ แล้วเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล

“ที่ผ่านมา ได้หารือร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีความพร้อม เพื่อขอความร่วมมือให้หาพื้นที่ในการเปิดตลาดกลางสินค้าเกษตรต่างๆ เพราะจะรู้จักแหล่งผลิตจากเกษตรกร และรู้จักผู้ซื้อผู้ขาย”นายสนธิรัตน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเตรียมจัดงานโลคัล อีโคโนมี ที่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยจะรวมรวมผลงานด้านเศรษฐกิจภายในประเทศของกระทรวงพาณิชย์ทั้งหมด แต่กระจัดกระจายไป เพื่อสร้างความเข้มแข็ของประเทศ ให้เกิดการรวมพลัง สร้างการรับรู้ของภาคประชาชน คาดว่าเร็วๆนี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์เตรียมที่จะเปิดโครงการธงฟ้าประชารัฐ ในเดือนเม.ย.นี้ หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจะมีผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ 5 ราย ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 48 รายจาก 10 กลุ่มสินค้า ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด 15-20% กระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งจะลดค่าครองชีพประชาชนแบบยั่งยืน นำร่องที่ร้านโชห่วย 5,000 แห่ง ร้านค้าชุมชน อีก 500 แห่ง คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีร้านค้าชุมชนเข้าร่วมโครงการเพิ่มเป็น 2,000-3,000 แห่ง

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่