
ลงทุนไวน์ชั้นดี ปีเดียวกำไร 24%
ตลาดหุ้นไทยเมื่อปี 2559 ที่มีเรื่องให้ลุ้น มีเหตุการณ์ให้ตื่นเต้นตลอดทั้งปี ทำกำไรไปได้ 19.79% แต่ปีเดียวกันนักลงทุนที่ซื้อไวน์ดีมานอนนิ่งๆ อยู่ในห้องเก็บไวน์ได้กำไรไปแบบสบายๆ 24%นอกจากนี้ ยังเป็นปีแรกที่การลงทุนในไวน์สามารถเอาชนะการลงทุนในของสะสมชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะรถยนต์คลาสสิกที่ครองแชมป์ผลตอบแทนดีที่สุดมายาวนานจากการรวบรวมของ Knight Frank Luxury Investment Index (KFLII)ไวน์ดีจากแคว้นบอร์โด (Bordeaux) ซึ่งเป็นเหมือนหุ้นบลูชิพสำหรับนักลงทุนไวน์ ทำราคาได้ดีในปี 2559 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 30% และทำให้บรรยากาศการลงทุนไวน์คึกคักขึ้นมาได้อีกครั้ง“ในปีนี้แนวโน้มราคาไวน์ดีจากแคว้นบอร์โดจะยังคงดีต่อเนื่อง ขณะที่ไวน์ดีจากแคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) ก็น่าจะยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป หลังจากที่ขยับขึ้นมา 31% ในปี 2559” นิค มาร์ติน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนไวน์และผู้ก่อตั้ง Wine Owners ให้สัมภาษณ์ไว้ใน The Wealth Report 2017แต่ไวน์ที่ราคาปรับเพิ่มมากที่สุดในปี 2559 กลับไม่ใช่ไวน์ดีจากประเทศฝรั่งเศส แต่เป็นไวน์จากแคลิฟอร์เนียที่เพิ่มขึ้น 34% และมาร์ติน ยังเชื่อว่าปีนี้จะยังคง “ท้าทายแรงโน้มถ่วง”
ตลาดหุ้นไทยเมื่อปี 2559 ที่มีเรื่องให้ลุ้น มีเหตุการณ์ให้ตื่นเต้นตลอดทั้งปี ทำกำไรไปได้ 19.79% แต่ปีเดียวกันนักลงทุนที่ซื้อไวน์ดีมานอนนิ่งๆ อยู่ในห้องเก็บไวน์ได้กำไรไปแบบสบายๆ 24%
นอกจากนี้ ยังเป็นปีแรกที่การลงทุนในไวน์สามารถเอาชนะการลงทุนในของสะสมชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะรถยนต์คลาสสิกที่ครองแชมป์ผลตอบแทนดีที่สุดมายาวนานจากการรวบรวมของ Knight Frank Luxury Investment Index (KFLII)
ไวน์ดีจากแคว้นบอร์โด (Bordeaux) ซึ่งเป็นเหมือนหุ้นบลูชิพสำหรับนักลงทุนไวน์ ทำราคาได้ดีในปี 2559 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 30% และทำให้บรรยากาศการลงทุนไวน์คึกคักขึ้นมาได้อีกครั้ง
“ในปีนี้แนวโน้มราคาไวน์ดีจากแคว้นบอร์โดจะยังคงดีต่อเนื่อง ขณะที่ไวน์ดีจากแคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) ก็น่าจะยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป หลังจากที่ขยับขึ้นมา 31% ในปี 2559” นิค มาร์ติน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนไวน์และผู้ก่อตั้ง Wine Owners ให้สัมภาษณ์ไว้ใน The Wealth Report 2017
แต่ไวน์ที่ราคาปรับเพิ่มมากที่สุดในปี 2559 กลับไม่ใช่ไวน์ดีจากประเทศฝรั่งเศส แต่เป็นไวน์จากแคลิฟอร์เนียที่เพิ่มขึ้น 34% และมาร์ติน ยังเชื่อว่าปีนี้จะยังคง “ท้าทายแรงโน้มถ่วง” ต่อไปได้อีก
การลงทุนไวน์อาจจะดูเหมือนไกลตัวเกินไปสำหรับนักลงทุนไทย และการสะสมไวน์ในเมืองร้อนอย่างประเทศไทยอาจจะทำได้ยาก
แต่สำหรับมหาเศรษฐีทั่วโลก ไวน์ชั้นดีถือเป็นหนึ่งใน “ของสะสมเพิ่มค่า” ที่นิยมลงทุนกัน แต่ไม่ใช่แค่มีเงินถุงเงินถังแล้วจะลงทุนได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีที่ปรึกษาการลงทุนไวน์คอยแนะนำไวน์ที่น่าลงทุนและจังหวะเวลาขายทำกำไร รวมทั้งบริการเก็บรักษาไวน์ให้คงคุณภาพดี
การใช้บริการที่ปรึกษาการลงทุนไวน์จะมีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการเป็นรายปี ค่าเก็บรักษาเป็นรายปี และเวลาจะขายออกไปอาจจะมีค่าธรรมเนียมขาย ถ้าเป็นการขายผ่านนายหน้า
นอกจากนี้ การลงทุนในไวน์ยังไม่ได้มีแค่การซื้อไวน์ดีที่บรรจุขวดแล้วเท่านั้น แต่ยังสามารถลงทุนไวน์อองพรีเมอ (En Primeur) หรือซื้อไว้ตั้งแต่ยังเป็นไวน์สดบ่มอยู่ในถังไม้โอ๊ก รอเวลาอีกปีกว่าๆ ถึงจะบรรจุขวดออกขาย
En Primeur จะเหมาะสำหรับการเก็งกำไร เพราะราคาจะต่ำกว่าราคาขายเมื่อบรรจุขวดค่อนข้างมาก เพราะถ้าเปิดออกมาแล้วเป็นไวน์ดี ราคาจะขยับขึ้นทันทีเมื่อออกสู่ตลาด แต่ก็มีความเสี่ยงที่สุดเช่นกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนถึงกับบอกว่าเป็นเหมือนการพนันอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะถ้า “แทงถูก” ก็กำไร แต่ถ้า “แทงผิด” ก็ขาดทุน
ปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าของไวน์
1.แบรนด์
2.ประวัติผู้ผลิต
3.คุณภาพดินและอากาศของปีที่เก็บองุ่น
4.คะแนนจากนักวิจารณ์ไวน์
5.ปีที่เก็บองุ่นเพื่อใช้ผลิตไวน์
6.ปริมาณที่ออกสู่ท้องตลาด
7.ราคาซื้อขายในอดีต
8.การวิเคราะห์ราคาเปรียบเทียบ
9.แนวโน้มตลาด
10.ช่วงปีที่ดีที่สุดในการดื่ม
11.ตารางเวลาในการทบทวนคะแนน







