posttoday
อยู่เป็นสุข

อยู่เป็นสุข

02 มีนาคม 2560

โดย...ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญสองเดือนแรกของปี 2560 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว คลื่นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทำให้ทั้งผู้บริหารและบุคลากรในหลายหน่วยงานเผชิญกับความไม่แน่นอนความเครียดตั้งแต่ต้นปี เรื่องที่เพิ่งคุยกันไปหยกๆ ว่าเป็นเรื่องใหม่ กลายเป็นเรื่องเก่าไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มพนักงานต่างวัย ต่างวัฒนธรรมที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขเมื่อปีที่ผ่านมา กว่าจะเข้ากันได้ กว่าจะบริหารจนลงตัว มาปีนี้โยกย้ายห่างหายกันไปอีกแล้ว เพื่อนฝูงหลายคนแอบกระซิบบ่นให้ฟังว่า “อยากลาออก” แต่เมื่อถามตนเองว่า ”ลาออกแล้วจะไปทำอะไร” ก็ยังไม่ทราบ ก็เลยต้องทนกันต่อไปแบบอยู่ไม่ค่อยเป็นสุข และมีคำถามว่า จะอยู่อย่างไรให้เป็นสุขได้ข้อแรกโฟกัสไปที่การพัฒนาตนเอง ตั้งคำถามให้ตนเองก่อน เช่น “อะไรที่เป็นความสามารถของฉันในการทำงาน ที่ฉันภาคภูมิใจ” “ฉันจะนำสิ่งนั้น มาเพิ่มคุณค่าให้ตนเองหรือทีมอย่างไรได้บ้าง” “มีอะไรที่ต้องพัฒนาตนเองเพิ่มเติม เพื่อให้ทำเรื่องนั้นได้ดียิ่งขึ้น”ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ที่นำการโค้ชมาใช้ มักสนับสนุนให้หัวหน้าถามความสามารถพิเศษและความสนใจของบุคลากร เพื่อจะได้ส่งเสริมให้ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก

โดย...ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

สองเดือนแรกของปี 2560 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว คลื่นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทำให้ทั้งผู้บริหารและบุคลากรในหลายหน่วยงานเผชิญกับความไม่แน่นอน

ความเครียดตั้งแต่ต้นปี เรื่องที่เพิ่งคุยกันไปหยกๆ ว่าเป็นเรื่องใหม่ กลายเป็นเรื่องเก่าไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มพนักงานต่างวัย ต่างวัฒนธรรมที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขเมื่อปีที่ผ่านมา กว่าจะเข้ากันได้ กว่าจะบริหารจนลงตัว มาปีนี้โยกย้ายห่างหายกันไปอีกแล้ว

เพื่อนฝูงหลายคนแอบกระซิบบ่นให้ฟังว่า “อยากลาออก” แต่เมื่อถามตนเองว่า ”ลาออกแล้วจะไปทำอะไร” ก็ยังไม่ทราบ ก็เลยต้องทนกันต่อไปแบบอยู่ไม่ค่อยเป็นสุข และมีคำถามว่า จะอยู่อย่างไรให้เป็นสุขได้

ข้อแรกโฟกัสไปที่การพัฒนาตนเอง ตั้งคำถามให้ตนเองก่อน เช่น “อะไรที่เป็นความสามารถของฉันในการทำงาน ที่ฉันภาคภูมิใจ” “ฉันจะนำสิ่งนั้น มาเพิ่มคุณค่าให้ตนเองหรือทีมอย่างไรได้บ้าง” “มีอะไรที่ต้องพัฒนาตนเองเพิ่มเติม เพื่อให้ทำเรื่องนั้นได้ดียิ่งขึ้น”

ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ที่นำการโค้ชมาใช้ มักสนับสนุนให้หัวหน้าถามความสามารถพิเศษและความสนใจของบุคลากร เพื่อจะได้ส่งเสริมให้ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักและถนัด ซึ่งเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เพิ่มผลิตภาพของงานและความสุขในงาน

สอง มิตรภาพความผูกพันกับเพื่อนร่วมงาน มีการวิจัยที่สนับสนุนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีทำให้เราลดการสื่อสารแบบตัวต่อตัว ทั้งที่อยู่ในสำนักงานเดียวกัน การศึกษาชิ้นหนึ่ง สำรวจบุคลากรกว่าสองหมื่นคนในประทศต่างๆ ในยุโรป ได้พบว่า พนักงานที่รู้สึกว่าตนเองขาดสัมพันธภาพที่ดีกับผู้จัดการของตนเอง มีแนวโน้มที่จะลาป่วยบ่อย ขาดงาน

อีกทั้งส่งผลไปสู่ความเสี่ยงต่อการหัวใจวายอีกด้วย เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า การที่ลูกน้องเดินเข้ามาหา อาจไม่ได้ต้องการคำตอบในการแก้ไขปัญหา เพราะเขาหาคำตอบเองได้ แต่บางกรณีอาจต้องการเพียงการรับฟังและความเข้าใจเท่านั้นก็เป็นได้

สาม สนุกกับงาน การศึกษาการทำงานของสมองระบุว่า ขณะที่เรารู้สึกสนุก สมองจะเรียนรู้ได้ดี อีกทั้งส่งผลต่อการวางแผนและการตัดสินใจ ที่มีการใคร่ครวญและรอบคอบมากขึ้นถึงผลที่ตามมา ผู้ที่สามารถใช้ความเครียดให้เป็นประโยชน์ ก็มักมีแนวทางสร้างสรรค์ทำให้เติบโตทางความคิดไปด้วย เช่น คิดว่าการข้ามอุปสรรคตรงหน้าไปได้ทำให้ได้พัฒนาตนเองไปอีกระดับ ในทางตรงกันข้าม

หากมองตนเองเป็นเหยื่อของสถานการณ์และหมกมุ่นกับความรู้สึกด้านลบ ก็จะยิ่งเป็นการลดศักยภาพของสมองตนเอง

สี่ คือการให้รางวัลกับตนเอง และให้รางวัลกันและกันบ้าง หัวหน้าที่เน้นติเน้นบ่น คงต้องสร้างสมดุลในการชื่นชมบุคลากรด้วย ลืมไม่ได้ว่าเมื่อเราทำให้ผู้อื่นรู้สึกดี ตนเองก็มักรู้สึกดีไปด้วย สุขหรือไม่ ถึงจะเริ่มต้นที่ตัวเราเอง แต่ก็แบ่งปันให้ผู้อื่นได้ด้วย ทั้งหัวหน้าและลูกน้องจะได้ร้องเพลงเดียวกัน

“บ้านเรา...แสนสุขใจ แม้จะอยู่ที่ไหน ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา”

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่