
สั่งเตรียมข้อมูลรถไฟทางคู่เสนอซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้างรัฐ
รมว.คมนาคมสั่งเตรียมพร้อมข้อมูลรถไฟทางคู่ 7 เส้นส่งให้ซูเปอร์บอร์ด ด้าน รฟท.แจงยังไม่ได้ข้อสรุป 5 โครงการ
รมว.คมนาคมสั่งเตรียมพร้อมข้อมูลรถไฟทางคู่ 7 เส้นส่งให้ซูเปอร์บอร์ด ด้าน รฟท.แจงยังไม่ได้ข้อสรุป 5 โครงการ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เรียกคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. และนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่า รฟท. เข้าหารือโดยได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่นั้น ทาง รฟท.ก็จะต้องนำข้อมูลเสนอให้คณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง(ซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้าง)พิจารณา ซึ่งในส่วนของ รฟท.ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ 7 เส้นทาง ในจำนวนนี้มี 2 เส้นทางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแล้ว และอีก 5 เส้นทางเป็นโครงการใหม่ที่อยู่ในขั้นตอนประกวดราคา
“ได้มอบหมายให้ รฟท.เตรียมนำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วนกับทางซุปเปอร์บอร์ดที่จะเป็นผู้กำกับการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความโปร่งใส และยังเป็นผู้ที่ให้ข้อเสนอแนะ คำแนะนำกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยให้การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆโปร่งใส ส่วนจะแก้ทีโออาร์รถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นทาง หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของซุปเปอร์บอร์ดเช่นเดียวกัน”
ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากเปิดประชุมพอร์ดนัดแรก ได้ประชุมร่วมกันเป็นนัดแรกตนได้รายงานข้อมูลเบื้องต้นให้บอร์ดทราบเท่านั้นโดยเป็นให้ให้ข้อมูล และเอกสารต่างๆเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ให้พิจารณาเบื้องต้น หลังจากนั้นจะนัดประชุมบอร์ดครั้งที่ 2 ในวันที่ 3 มีนาคมนี้
สำหรับการพิจารณาเกี่ยวกับรถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นทางที่อยู่ระหว่างการประกวดราคานั้น คือ 1.ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 169กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 19,000 ล้านบาท 2.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 116 กม. วงเงิน 23,000 ล้านบาท 3.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 132 กม. วงเงิน 28,000 ล้านบาท 4.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กม. วงเงิน 9,800 ล้านบาท และ5.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กม. วงเงิน 16,000 ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่อย่างไร เนื่องจากอำนาจตัดสินใจหลักนั้นอยู่ที่ซุปเปอร์บอร์ด ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดดังกล่าวว่าจะดำเนินการต่อไปแบบใด หากต้องการแก้ไขทีโออาร์ก็จะทำให้การดำเนินโครงการช้าไปประมาณ 3-4 เดือน
ส่วนการดำเนินการเพื่อซอยแบ่งงานก่อสร้างเป็นช่วงๆนั้นต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ใหม่ จนส่งผลใมห้กรอบเวลาโครงการมีโอกาสช้าไปประมาณ 6-7 เดือน ดังนั้นรฟท.จึงยังระบุกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับแนวทางที่จะใช้ ซึ่งต้องให้ได้สรุปเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินโครงการก่อน
"ทั้ง 2 บอร์ดจะมีการพิจารณาในรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับรถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นทางก่อน เช่น การพิจารณาเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์)ว่ามีปัญหาหรือไม่ ต้องปรับปรุงใหม่หรือไม่ เป็นต้น โดยทั้ง 2 บอร์ดจะมีการแบ่งปันข้อมูลกันด้วย แต่จริงๆแล้วซุปเปอร์บอร์ดจะใหญ่กว่าบอร์ดรถไฟมาก รฟท.แค่ให้ความคิดเห็นเท่านั้น ส่วนซุปเปอร์บอร์ดจะเป็นคนฟันธง"นายอานนท์ กล่าว







