posttoday
WealthMagik ช่วยหาวงเงินประกันชีวิตที่เหมาะสม

WealthMagik ช่วยหาวงเงินประกันชีวิตที่เหมาะสม

21 กุมภาพันธ์ 2560

พาไปรู้จักกับ “หุ่นยนต์ช่วยจัดพอร์ตลงทุน” มาหลายที่แล้ว ครั้งนี้มาให้ WealthMagik ช่วยหา “วงเงินที่เหมาะสมในการซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต” กันดีกว่า

พาไปรู้จักกับ “หุ่นยนต์ช่วยจัดพอร์ตลงทุน” มาหลายที่แล้ว ครั้งนี้มาให้ WealthMagik ช่วยหา “วงเงินที่เหมาะสมในการซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต” กันดีกว่า

เริ่มแรกเข้าไปที่ www.wealthmagik.com จากนั้นเลือกหัวข้อ Private Wealth Online และเลื่อนลงไปที่ My Plan... วางแผนการลงทุน

พอคลิก “My Plan” จะเห็นว่ามีการวางแผนการเงินอยู่ 6 แผน ตั้งแต่การวางแผนการออม การวางแผนซื้อที่อยู่อาศัย การวางแผนเพื่อการศึกษาบุตร วางแผนเกษียณ วางแผนลดหย่อนภาษี และการวางแผนเพื่อซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต

แผนการเงินด้านอื่นๆ เราอาจจะเห็นคำแนะนำได้บ่อยๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องการวางแผนเพื่อซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต จะไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยๆ แต่น่าจะเป็นคำแนะนำที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการวางแผนในด้านอื่นๆ

นอกจากนี้ หลายคนที่มักจะตัดสินใจซื้อประกัน “ตามคำขอ” จะได้พอประเมินได้ว่า ที่กรมธรรม์ที่มีอยู่แล้วมันมากเกินจำเป็นหรือยัง และคนที่กำลังจะซื้อประกัน เพื่อต้องการให้ครอบครัวอยู่ได้ แม้ว่าเราจะจากไปแล้ว ก็จะได้ประเมินได้ถูกต้องว่า มากน้อยแค่ไหนถึงจะเรียกว่า เหมาะสม

ในการประเมินจะต้องใส่ข้อมูล 3 ส่วนหลักๆ คือ

1.สถานภาพทั่วไป เพื่อใช้คำนวณหา “จำนวนเงินที่ต้องการทดแทนรายได้ที่หายไป” โดยจะต้องใส่ตัวเลขรายได้รายเดือน โบนัสต่อปี และรายได้อื่นๆ

จากนั้นกำหนดสัดส่วนรายได้ที่ต้องการให้กรมธรรม์คุ้มครอง ซึ่ง WealthMagik ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วค่านี้ไม่ควรต่ำกว่า 60% ของรายได้ และที่สำคัญ คือ ต้องคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อด้วย หรือค่าของเงินที่จะลดลงในอนาคตด้วย

ข้อมูลถัดไปที่เราจะต้องประเมิน คือ จำนวนปีที่คาดว่าครอบครัวจะต้องใช้ในการปรับตัว (หลังจากที่เราจากไปแล้ว) เช่น เวลาที่คู่สมรสจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อกลับเข้าไปทำงาน โดย WealthMagik แนะนำให้กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี

เมื่อใส่ตัวเลขในส่วนนี้ครบแล้ว ระบบจะคำนวณหา “จำนวนเงินที่ต้องการทดแทนรายได้ที่หายไป” ออกมาให้ ซึ่งจากการทดสอบใส่รายได้ไป 2 หมื่นบาท/เดือน สัดส่วนรายได้ที่ต้องการคุ้มครอง 70% และระยะเวลาในการปรับตัวของครอบครัว 10 ปี จะได้จำนวนเงินที่ต้องการเท่ากับ 1.68 ล้านบาท... ก็ไม่มากเท่าไร (แอบปาดเหงื่อเบาๆ)

2.ภาระหนี้สิน โดยจะเป็นการกำหนดภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องรับผิดชอบ ตั้งแต่สินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้าง สินเชื่อยานพาหนะคงค้าง สินเชื่อบัตรเครดิตคงค้าง และสินเชื่อคงค้างอื่นๆ โดยจะต้องใส่ตัวเลขหนี้สินคงค้าง ณ วันที่คำนวณ

ถัดมาเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ค่าเล่าเรียนของลูกทุกคน และค่าใช้จ่ายในวาระสุดท้าย เช่น ค่าฌาปนกิจ

เมื่อทดลองใส่ครบทุกหัวข้อแล้วก็จะได้ตัวเลขภาระหนี้สินทั้งหมด 3.97 ล้านบาท... อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะต้องไปทำหัวข้อถัดไปก่อน ถึงจะรู้ว่าภาระ
รับผิดชอบที่แท้จริงของเราเป็นเท่าไร

3.สินทรัพย์ โดยจะประเมินสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี โดยเริ่มจากทุนประกันชีวิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน บวกกับทุนประกันอุบัติเหตุ (ในกรณีที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ) และสินทรัพย์อื่นๆ เช่น เงินสด เงินลงทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคม หรือเงินทดแทนอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังรวมถึงสินทรัพย์ที่ไม่มีสภาพคล่อง เช่น บ้าน หรือคอนโด สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้

แต่ WealthMagik เตือนไว้ว่า การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นที่พักอาศัยนั้นเปลี่ยนเป็นทุนเพื่อการปรับตัวเป็นไปได้ยาก เพราะ “ผู้ที่อยู่ข้างหลัง” อาจมีความจำเป็นต้องพักอาศัยอยู่ก่อน

4.ผลการประเมิน “ทุนประกันที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของครอบครัว” ซึ่งจะบอกได้ว่าควรจะมีกรมธรรม์ประกันชีวิตจำนวนเท่าไรถึงจะเพียงพอ ซึ่งหากดูจากการทดลองจะเห็นว่าจะต้องมีทุนประกัน 3.16 ล้านบาท

เพราะฉะนั้น ที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ ต้องไปซื้อเพิ่มซะแล้ว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร