posttoday
มัดแมนบุกตลาดโลก

มัดแมนบุกตลาดโลก

20 กุมภาพันธ์ 2560

“นาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มัดแมน (MM)ผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นธุรกิจหลักและธุรกิจไลฟ์สไตล์

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

“นาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มัดแมน (MM)ผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นธุรกิจหลักและธุรกิจไลฟ์สไตล์ ให้สัมภาษณ์ว่า แผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) 210.98 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด หลังการทำไอพีโอเพื่อนำเงินที่ได้ไปขยายธุรกิจและชำระหนี้

บริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ด้วยเกณฑ์มาร์เก็ตแคป เพราะขาดทุนทางบัญชี 60-70 ล้านบาท/ปี จากการที่บริษัทเข้าไปซื้อกิจการของเกรฮาวด์เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก้อนใหญ่จะหมดลงในปี 2566 หลังจากนั้นต้องจ่าย 5 ล้านบาท/ปีเป็นค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ได้มาจากการรวมธุรกิจ แต่ยืนยันว่าเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่กระทบเงินสดของบริษัท สะท้อนจากอีบิตดาที่เติบโตต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปี 2556 อยู่ที่ 215 ล้านบาท ปี 2557 อยู่ที่ 216 ล้านบาท และปี 2558 อยู่ที่ 253 ล้านบาท

“แนวโน้มกำไรของ MM ที่ตัดรายการบันทึกผลการขาดทุนทางบัญชีจากการซื้อเกรฮาวด์มีแนวโน้มดีขึ้นในปี 2558 อยู่ที่ 27 ล้านบาท จากปี 2557 อยู่ที่ 13 ล้านบาท และแนวโน้มในอนาคตจะดีขึ้นเรื่อยๆ จากแผนธุรกิจที่ได้วางไว้ทั้งหมด เพราะบริษัทอยู่ในช่วงของการสร้างการเติบโต และหากบริษัทพร้อมจะจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไร”

นาดิม กล่าวว่า บริษัทจะสร้างการเติบโตจากการขยายธุรกิจปกติ คือการซื้อหรือควบรวมกิจการร้านอาหารที่เป็นธุรกิจหลักที่เชี่ยวชาญ ซึ่งมีการศึกษาโอกาสการลงทุนตลอด ทั้งนี้ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ตามแผนการขยายธุรกิจปกติรายได้ของบริษัทจะเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ซึ่งยังไม่รวมโอกาสการเข้าซื้อกิจการ

แผนหลักหนึ่งคือการขยายแบรนด์ร้าน “เกรฮาวด์ คาเฟ่” ซึ่งบริษัทไปซื้อกิจการมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีสาขา 12 สาขาในกรุงเทพฯ โดยปีนี้มีแผนเริ่มจะขยายออกไปในต่างจังหวัดตามแหล่งท่องเที่ยว

เกรฮาวด์ คาเฟ่ มีโอกาสขยายออกไปในตลาดโลกในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งจะสามารถบันทึกกลับมาเป็นกำไรก่อนภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดา) และมีแผนจะขยายตลาดเข้าไปทั้งในยุโรปและสหรัฐ หลังจากในตลาดเอเชีย เกรฮาวด์ คาเฟ่ เป็นที่รู้จักแล้วในลักษณะการขายแฟรนไชส์ ซึ่งผู้ซื้อแฟรนไชส์ไปจะมีสัญญา 5 ปี กำหนดว่าจะต้องเปิดสาขาอย่างน้อย 5 สาขาตามอายุสัญญา ในฮ่องกงมี 7 สาขา ซึ่งขอต่อสัญญาเพิ่มเป็น 10 ปี เพราะมีแผนขยายสาขาเพิ่มเป็นอย่างน้อย 10 สาขา

ตลาดฮ่องกงได้รับการตอบรับดีมาก ส่วนในประเทศจีนมีสาขาในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ในมาเลเซียเริ่มมีลูกค้าซื้อแฟรนไชส์ไปเริ่มเปิดสาขาในปี 2559 ที่ผ่านมา สิงคโปร์ลูกค้าซื้อแฟรนไชส์เริ่มไปเปิดสาขาในเดือน ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าในประเทศเอเชียหลายรายที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ เกรฮาวด์ คาเฟ่ เพิ่ม อาทิ อินโดนีเซีย ไต้หวัน เพราะบริษัทต้องขยายแฟรนไชส์เกรฮาวด์ คาเฟ่ ให้ได้ 1-2 ตลาดใหม่ต่อปี การลงทุนเปิดสาขาของเกรฮาวด์ คาเฟ่ ปกติจะใช้เงินลงทุน 15-20 ต่อสาขาใหม่

ปลายปี 2560 นี้ บริษัทจะเปิดเกรฮาวด์ คาเฟ่ สาขาแรกในกรุงลอนดอน อังกฤษ แต่บริษัทจะเป็นเจ้าของใช้งบลงทุน 80-90 ล้านบาท เพื่อปักธงธุรกิจในยุโรป หลังจากใช้เวลาการศึกษาตลาดและหาทำเลที่ดีมาอย่างดีถึง 2 ปี สาขาในลอนดอนถือเป็นสาขาตัวอย่างที่จะสร้างการรับรู้ของแบรนด์เกรฮาวด์ ทั้งนี้ยังมีแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มในอังกฤษด้วย ซึ่งบริษัทจะเป็นเจ้าของในสาขาที่อังกฤษ เพื่อใช้เป็นฐานในการขยายแฟรนไชส์เข้าตลาดต่อออกไปในยุโรปและสหรัฐ

กลยุทธ์หาลูกค้าแฟรนไชส์ใหม่ ร้านอาหารเกรฮาวด์มีเมนูอาหารที่ประยุกต์ระหว่างอาหารไทยกับตะวันตกที่ยังไม่มีใครทำ รวมถึงร้านอาหารไทยในลอนดอนเป็นร้านอาหารไทยแบบปกติ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ความแตกต่างของเมนูเป็นจุดขาย อีกทั้งยังมีการออกแบบของร้านทั้งหมด รวมถึงวิธีการเสิร์ฟอาหาร ยูนิฟอร์มพนักงานที่เป็นเอกลักษณ์สวยงามที่มีความแตกต่างเฉพาะตัวที่ผู้บริโภคจะเข้ารับประสบการณ์ใหม่

ด้านธุรกิจแฟชั่นออกแบบผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับและเครื่องแต่งกาย บริษัทไม่มีแผนขยายสาขาเพิ่ม แต่ธุรกิจแฟชั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์เกรฮาวด์ มองว่าธุรกิจแฟชั่นมีคู่แข่งในธุรกิจจำนวนมาก แข่งขันกันรุนแรง จึงต้องมาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำธุรกิจนี้ใหม่

ธุรกิจแฟชั่นในกลุ่มมี 4 แบรนด์ มีแผนจะลดขนาดธุรกิจโดยจะปิดตัว 2 แบรนด์ เหลือไว้เฉพาะแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งและสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจใหม่ได้ แบรนด์ที่ยังคงไว้คือ เกรฮาวด์ ดั้งเดิมกับ สไมล์ฮาวด์ และจะปรับให้ทีมงานออกแบบออกไปรับจ้างออกแบบพิเศษเฉพาะสินค้ากับบริษัทภายนอกและใช้แบรนด์ของเกรฮาวด์ ตอนนี้เริ่มมีบริษัทระดับโลกสนใจเข้ามาแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงครึ่งแรกปีนี้

บริษัทให้ความสำคัญกับธุรกิจมากขึ้นทดแทนธุรกิจแฟชั่นโดยใช้ทีมงานแฟชั่นเดิม ถือเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีโอกาสเติบโต ขณะที่สาขาเกรฮาวด์ในลอนดอนเป็นตัวอย่างที่จะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักขยายออกไปมากขึ้น อีกทั้งเป็นการปรับตัวเพราะธุรกิจแฟชั่นเป็นธุรกิจที่แข่งขันแรง ส่งผลให้รายได้ที่มาจากกลุ่มของเกรฮาวด์จะเพิ่มเป็น 33-35% จาก 25% ของรายได้รวม อีกทั้งมีอัตรากำไรดีขึ้น

ในธุรกิจแฟรนไชส์จากต่างประเทศ 3 แบรนด์ในพอร์ต เงื่อนไขสัญญาเป็นแผน 5 ปี กำหนดไว้ชัดเจนว่าบริษัทจะต้องขยายใหม่เพิ่มทุกปี โอบองแปง 74 สาขาตามสัญญาต้องมีสาขาใหม่อย่างน้อย 5 สาขา/ปี ดังกิ้นโดนัทสาขา 300 สาขา ตามสัญญาต้องเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 10 สาขา/ปี สร้างเงินสดเข้ามาได้ต่อเนื่อง ซึ่งการขยายสาขาจะใช้เงินสดที่ได้มา และบาสกิ้นรอบบินส์ที่ซื้อแฟรนไชส์มา 4 ปี อยู่ในช่วงการปรับแบรนด์ใหม่ ปัจจุบันมีสาขา 31 สาขา ตามสัญญาต้องเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 5 สาขา/ปี

“แฟรนไชส์ 3 แบรนด์ที่บริษัทได้ลิขสิทธิ์ คือ โอบองแปง ดังกิ้นโดนัท บาสกิ้นรอบบินส์ ปกติเจ้าของแบรนด์จะอนุญาตให้ทำธุรกิจได้เฉพาะในไทยเท่านั้น แต่กำลังคุยว่าในประเทศเพื่อนบ้านที่เจ้าของบริษัทแม่มีสาขาจำนวนไม่มากกว่า 10-20 สาขา บริษัท แม่จะยกมาให้ MM เพราะถ้าทั้งสองฝ่ายใจตรงกันจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้”

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร