posttoday
รับศก.ยุคทรัมป์

รับศก.ยุคทรัมป์

13 กุมภาพันธ์ 2560

นักวิชาการชี้จับตาทิศทางการค้าโลกยุคทรัมป์ 4 ปีจากนี้แนวโน้มกีดกันการค้าสูง มุ่งเจรจาทวิภาคี แนะเร่งอาร์เซ็ปค้ากันเองเพิ่มขึ้น

นักวิชาการชี้จับตาทิศทางการค้าโลกยุคทรัมป์ 4 ปีจากนี้แนวโน้มกีดกันการค้าสูง มุ่งเจรจาทวิภาคี แนะเร่งอาร์เซ็ปค้ากันเองเพิ่มขึ้น

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ทิศทางการค้าโลกใน 4 ปีจากนี้ไป ต้องจับตามองนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก จากนโยบายปกป้องการค้าสหรัฐที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของสหรัฐต้องมาก่อน (อเมริกาเฟิสต์) รวมถึงแนวนโยบายการเจรจาการค้าเสรีแบบทวิภาคีแทนพหุภาคี ซึ่งหากไทยไม่ถูกเลือกเป็นคู่เจรจา สินค้าไทยนำเข้าสหรัฐจะเสียภาษีสูงกว่าประเทศคู่สัญญาของสหรัฐ โดยปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการค้าไทย-สหรัฐ ที่อาจลดลงจากการขาดแต้มต่อในอนาคต

ทั้งนี้ จากแนวนโยบายดังกล่าว มีแนวโน้มที่นายทรัมป์จะเปิดเจรจาการค้าเสรีแบบทวิภาคีแทนการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) โดยจะหยิบ 12 ประเทศที่เป็นสมาชิกทีพีพีขึ้นมาเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) แบบทวิภาคี หรือแบบ 2 ฝ่าย แทนการเจรจาแบบพหุภาคี ซึ่งตัวเลือกอันดับต้นๆ น่าจะเป็นญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซีย

ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นคาดว่าจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของสหรัฐ จากการที่มีความสัมพันธ์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงที่ดีกับสหรัฐ มีการผลิตสินค้าไฮเทคโนโลยีที่ได้คุณภาพมาตรฐานสูงต่างๆ เช่น รถยนต์ เครื่องไฟฟ้า และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ส่วนเวียดนามจะทดแทนสินค้าจีนได้ในหลายสินค้า เช่น กลุ่มเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า รองเท้า โทรศัพท์มือถือ เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ขณะที่มาเลเซียมีความโดดเด่นด้านสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารแปรรูป เป็นต้น

ทั้งนี้ หากสหรัฐอเมริกาเปิดเจรจาเอฟทีเอ ประเทศไทยต้องแสดงเจตจำนงว่ามีความต้องการเจรจาเอฟทีเอกับสหรัฐในโอกาสต่อไป เพราะไม่เช่นนั้นไทยจะเสียเปรียบ แต่โดยสรุปจากทีพีพีมีปัญหาไทยถือว่าเสมอตัว เพราะไม่ได้เป็นสมาชิก และหากสหรัฐอเมริกากีดกันการค้าก็จะกระทบต่อสินค้าไทย ดังนั้นปีนี้คงต้องหันมาค้าขายกับกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ระหว่างกันมากขึ้น

ด้าน นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หากสหรัฐก่อสงครามการค้ากับจีน จะทำให้การส่งออกของจีนไปสหรัฐลดลง และกระทบกับไทยทางอ้อม จากไทยที่ต้องส่งสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปให้จีนผลิตส่งออกต่อไปสหรัฐ แต่โดยรวมมองว่าประเทศไทยไม่เสียหายมาก เพราะสามารถส่งออกไปยังตลาดอาร์เซ็ปทดแทนได้

ทั้งนี้ ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจาการค้าภายใต้อาร์เซ็ปครั้งที่ 17 ในระดับรัฐมนตรี เบื้องต้นญี่ปุ่นต้องการให้มีการเจรจาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว หลังจากสหรัฐถอนตัวจากทีพีพีที่มีญี่ปุ่นเป็นสมาชิก ซึ่งในการประชุมครั้งนี้จะเป็นช่วงสำคัญที่จะนำข้อติดขัดในประเด็นต่างๆ มาเสนอในระดับนโยบายเพื่อตัดสินใจ

ขณะที่ตัวเลขการค้าของไทยกับ 12 ประเทศสมาชิกทีพีพี มีเพียง 3 ประเทศที่ไทยไม่มีเอฟทีเอด้วย คือ สหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก โดยในปี 2559 มีมูลค่าการค้ารวม 5.65 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 39.1% ขณะการค้าไทยกับกลุ่มอาร์เซ็ป (15 ประเทศ) มีมูลค่ารวม 8.57 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 59.3% ของการค้าไทยในภาพรวม

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่