posttoday
‘วีรพัฒน์ เพชรคุปต์’ ซีอีโอใหม่ บล.คันทรี่ฯ

‘วีรพัฒน์ เพชรคุปต์’ ซีอีโอใหม่ บล.คันทรี่ฯ

11 กุมภาพันธ์ 2560

เพิ่งจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือน ม.ค. สำหรับ “วีรพัฒน์ เพชรคุปต์”

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

เพิ่งจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือน ม.ค. สำหรับ “วีรพัฒน์ เพชรคุปต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คันทรี่ กรุ๊ป บริษัทลูกของบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH) อายุ 37 ปี

ย้อนถึงประวัติการศึกษาและการทำงานของผู้บริหารหนุ่มคนนี้จบปริญญาตรีที่สาขาการเงินและการธนาคาร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะชื่นชอบในเรื่องของการเรียนตัวเลข พอจบก็ได้ทำงานต่อที่ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เกือบ 2 ปี อยู่ฝ่ายวางแผนการเงินของแบงก์

จากนั้นตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการเงิน (Master of Science inFinance) และจบปริญญาเอกที่ทางด้าน Philosophy in Finance ที่มหาวิทยาลัย Essex ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นการเรียนโครงสร้างเศรษฐกิจและสูตรการคำนวณต่างๆ ตลาดทุน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นในเชิงทฤษฎีโดยตรง

พอกลับมาก็ทำงานที่กสิกรไทยเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มาดูเรื่องทางด้านวิศวกรทางการเงิน ดูแลเรื่องโปรเจกต์ไฟแนนซ์ แต่ทำได้ไม่ถึงปีตัดสินใจย้ายไปทำงานด้านวาณิชธนกิจของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งตอนนั้นดูแลเรื่องการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทขนาดใหญ่ เพราะรู้สึกชอบงานวาณิชธนกิจ ทำให้เห็นภาพธุรกิจขนาดใหญ่ชัดเจน โดยขณะนั้นได้ทำโปรเจกต์ บริษัทที่จะทำธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างโรงไฟฟ้าที่เป็นเรื่องใหม่ อีกทั้งเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวกับเหตุการณ์วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ด้วย ทำให้การปล่อยเงินกู้ขนาดใหญ่ได้รับการอนุมัติจากแบงก์เป็นเรื่องยาก

จากนั้นเขาย้ายไปทำงานในฐานะเป็นผู้อำนวยการฝ่ายไพรเวทฟันด์ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและต่อเนื่องมาถึงการเป็นซีอีโอที่ บล.คันทรี่ กรุ๊ป เพราะได้รู้จักทอมมี่ เตชะอุบล ที่ตอนนั้นดูแล MFC อยู่

การย้ายงานครานี้เป็นการต่อยอดจากฝั่งอินเวสท์เมนต์แบงก์ ซึ่งตอนนั้นถือว่าอยู่ในฝั่งขาย แต่พอมาที่ MFC สลับหน้าที่กันกลายเป็นฝั่งซื้อเพื่อคอยมองหาธุรกิจอะไรบ้างที่จะสามารถให้กองทุนได้ลงทุนได้ ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการ มองรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะการลงทุนของกองทุนจะมีแบบแผนเฉพาะที่เป็นข้อกำหนดเอาไว้จากคณะกรรมการ (บอร์ด) การลงทุนที่จัดประชุมทุกเดือน รวมถึงจะมีนัดประชุมในกรณีพิเศษหากมีโปรเจกต์ใหม่ขึ้นมา แต่โดยรวมดูผ่อนคลายกว่าทางแบงก์ที่จะมีความเป็นอนุรักษนิยมมากกว่า เพราะต้องดูเรื่องหลักประกัน เนื่องจากแบงก์ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก

“ความสนุกที่ MFC คือการได้ดูโครงการที่จะลงทุนมีความหลากหลาย แต่ที่โฟกัสและให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ เรื่องพลังงานทางเลือกและทำให้ออกกองทุน MFC Energy Fund มูลค่ากองทุนประมาณ 3,500 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งตอนนั้นเรื่องพลังงานทดแทนกำลังมาแรงและรัฐบาลให้ความสำคัญ ทำให้รู้สึกสนุกเพราะต้องไปดูที่ไซต์งานจริง แต่อีกด้านหนึ่งคือเมื่อเรื่องพลังงานทดแทนเป็นเรื่องใหม่ สิ่งที่ยากคือการสื่อสารให้คณะกรรมการการลงทุนและผู้ลงทุนได้มีความเข้าใจ เพราะตอนนั้นทางแบงก์จะไม่ปล่อยให้กู้ได้ง่าย เพราะเป็นเงินมูลค่าที่ใหญ่ และเรื่องเทคโนโลยีการทำแผงยังได้ก้าวหน้ามากเหมือนปัจจุบัน”

เขาทำที่ MFC ได้ 3-4 ปี พอคุณทอมมี่เข้ามาดู CGH อย่างเต็มตัวและทำเป็นโฮลดิ้ง ทาง “วีรพัฒน์” ก็เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการลงทุน โดยหลักมาดูแลเรื่องการลงทุนทั้งโปรเจกต์และบริษัทลูกๆ ที่เข้าไปดูของโฮลดิ้งทั้งหมด

จากนั้นก็ได้รับมอบหมายให้มาเป็นซีอีโอคนล่าสุดของ CGS เขาบอกว่า สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาชัดเจนคือ ความรับผิดชอบที่จะสูงขึ้นจากเดิมเยอะมาก ซึ่งถือว่าเป็นงานที่มีความท้าทายสูง เพราะอย่างวาณิชธนกิจที่เคยทำแม้จะเป็นฝั่งแบงก์ แต่ก็เป็นเพียงแค่องค์ประกอบเดียวของธุรกิจหลักทรัพย์

ธุรกิจหลักทรัพย์มีองค์ประกอบหลายอย่างคือ ทั้งการซื้อขายและขาย การฝ่ายขาย งานป้อนผลิตภัณฑ์ใหม่ มีกลุ่มลูกค้าสถาบัน กลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ต้องดู มีฝ่ายพอร์ตของบริษัทที่ทั้งเทรดทั้งหุ้นและตราสารหนี้ งานวาณิชธนกิจที่ต้องครอบคลุม ทั้งการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น ที่ปรึกษาการควบรวม หรือซื้อกิจการ การนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ฯลฯ

“ถือเป็นความท้าทายของผมมาก เพราะต้องดูภาพใหญ่โดยรวมของบริษัทแล้ว ยังต้องไปดูแต่ละแผนกที่แยกย่อย แต่ขณะเดียวกันมีข้อดี หลังจากที่บริษัทมีการปรับโครงสร้าง มีการขายพอร์ตรายบุคคลให้กับทางยูโอบีไป หรือลีนบริษัทให้เรียบร้อย อะไรที่เป็นต้นทุนที่คงที่ในปริมาณที่มากเราก็ได้เริ่มดำเนินการบริษัทจัดการให้ดีแล้ว ตอนนี้คือการที่จะเดินหน้าให้ไปถึงเป้าหมายที่ทางคณะกรรมการและผู้บริหารตั้งใจไว้ และการที่ทำให้บริษัทคล่องตัวได้มากขึ้น ท่ามกลางที่ภาวะการแข่งขันรุนแรงและในอนาคตต้องแข่งขันเรื่องค่าคอมมิชชั่น ถือว่าทำให้บริษัทมีแผนงานที่จะเดินไปข้างหน้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น” 

สำหรับหลักการทำงานของเขาที่ผ่านมาทั้งหมดนั่นคือ ทำทุกอย่างให้ตรงไปตรงมา อย่าซิกแซ็ก ทำและลงมือทุกอย่างให้เต็มที่สมกับที่ได้รับความไว้วางใจและมอบหมายมา ขณะเดียวกันต้องมีการสื่อสารและปฏิบัติเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย ลูกน้อง และลูกค้า

สำหรับงานอดิเรกของเขาคือ เมื่อก่อนที่มีเวลาจะนัดเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ ได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็เน้นการไปตีกอล์ฟคนเดียว เพราะหากจะรอออกรอบกับเพื่อนก็ต้องรอ 3-4 คน ซึ่งเวลาส่วนใหญ่มักไม่ตรงกัน แต่ปัจจุบันด้วยภาระหน้าที่และความรับผิดชอบมากขึ้น แค่ขอมีเวลาอยู่กับลูกที่เพิ่งคลอดแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้บริหารทั้งที่เป็นคุณพ่อมือใหม่และซีอีโอคนใหม่

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่