
เงินเข้า3หมื่นล.
ตลท.ชี้เดือน ม.ค. เงินไหลเข้าเกือบ 3 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังผันผวนมากขึ้น เคาะวัน T+2 ครึ่งหลัง
ตลท.ชี้เดือน ม.ค. เงินไหลเข้าเกือบ 3 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังผันผวนมากขึ้น เคาะวัน T+2 ครึ่งหลัง
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1-27 ม.ค.ที่ผ่านมา มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าประเทศไทยทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้แล้ว 29,420 ล้านบาท โดยเข้าตราสารหนี้ระยะยาว 1.95 หมื่นล้านบาท ตราสารหนี้ระยะสั้น (ธปท.) 2,500 ล้านบาท และไหลเข้าตลาดหุ้น 7,420 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง เพราะมีการลงทุนของภาครัฐ แต่สิ่งที่จะต้องรอดูคือ ความเชื่อมั่นที่จะทำให้ภาคเอกชนกล้าลงทุน
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของเม็ดเงินต่างชาติจะทำให้หุ้นไทยมีความผันผวนมากขึ้น เพราะยังต้องรอดูการประกาศนโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แต่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่นิ่ง สภาพคล่องการเงินยังมีทั่วโลกและมีโอกาสที่จะไหลเข้าต่อเนื่องได้ และหุ้นไทยไม่ได้แพงมากเมื่อเทียบกับภูมิภาค
“แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยไปเดือน ธ.ค. แต่ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการไหลเข้าหุ้นไทย เพราะสภาพคล่องในโลกยังมีและคนยังหาผลตอบแทนจากการลงทุนทั่วโลก ส่วนดอกเบี้ยของไทยยังนิ่ง ยังไม่เห็นการแข่งขันของกลุ่มแบงก์ที่จะทำโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าเรื่องดอกเบี้ยเงินฝาก ส่วนอนาคตเงินจะไหลเข้าต่อหรือไม่ต้องดูทั้งปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค ซึ่งหากไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบบรรยากาศลงทุนก็มีโอกาส เพราะปัจจัยพื้นฐานไทยยังแข็งแกร่ง การเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยปีที่ผ่านมาก็เติบโตมากกว่า 10 %”
อย่างไรก็ดี หุ้นไทยไม่ได้แพงมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเงินก็ไหลเข้าไปในตลาดหุ้น ราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ตลาดหุ้นไทยทั้งอดีตและปัจจุบันลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พี/อี ในอดีตลดลงมาอยู่ที่ 14.66 เท่า เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 16.22 เท่า ขณะที่ พี/อี ในอนาคตลดลงมาอยู่ที่ 17.11 เท่า จากปีก่อนอยู่ที่ 17.73 เท่า
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ครึ่งปีหลังคาดว่าจะสามารถกำหนดวันที่จะเริ่มใช้การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ให้สามารถดำเนินการได้ใน 2 วันทำการ (T+2) จากที่เบื้องต้นกำหนดไว้ว่าจะเริ่มใช้ภายในไตรมาสแรกปี 2561







