
เลือกลุยลงทุนหุ้นนอก
ทิสโก้ เวลธ์ ชูตลาดหุ้นสหรัฐ ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นดาวรุ่ง รับกระแสเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น หุ้นไทย แนะ บจ.กลาง-เล็ก บลจ.กรุงไทย โฟกัสจีน
ทิสโก้ เวลธ์ ชูตลาดหุ้นสหรัฐ ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นดาวรุ่ง รับกระแสเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น หุ้นไทย แนะ บจ.กลาง-เล็ก บลจ.กรุงไทย โฟกัสจีน
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของการลงทุนและการค้าโลกประกอบกับแรงส่งจากนโยบายการคลัง โดยเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลกในปี 2560 จะส่งผลให้กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั่วโลกกลับมาขยายตัวอีกครั้งหลังจากไม่ขยายตัวมาตั้งแต่ปี 2557
ทั้งนี้ แนะนำ ตลาดหุ้นสหรัฐ ที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตามมาด้วยตลาดหุ้นญี่ปุ่น ที่มีปัจจัยบวกจากเงินเยนอ่อนค่าและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกำไร บจ. ประกอบกับมูลค่าหุ้นที่ยังถูกจึงเป็นโอกาสลงทุน
หุ้นอินเดีย เป็นอีกตลาดที่ปรับฐานจากผลกระทบของการยกเลิกการใช้ธนบัตร 500 และ 1,000 รูปี ที่จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวเพียงระยะสั้น แต่ในระยะยาวศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจและกำไร บจ.ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี
อย่างไรก็ดี ปี 2560 มีความเสี่ยงที่ต้องจับตา 3 เรือง เรื่องแรก ความเสี่ยงทางการเมืองจากการเจรจาเบร็กซิต และการเลือกตั้งในยุโรปหลายประเทศ เรื่องที่สอง ราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวลดลงหากกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) ตัดสินใจกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมปลายเดือน พ.ค.นี้ เรื่องสุดท้าย นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ปีนี้บริษัทเลือกตลาดหุ้นจีนเป็นเป้าหมายหลัก เหตุผลเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังและโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ นอกจากนี้เศรษฐกิจจีนได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มโลหะพื้นฐาน ทำให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโลหะพื้นฐานมีแนวโน้มเติบโตของรายได้และกำไรต่อเนื่อง ในขณะที่หุ้นจีนราคาถูกเมื่อเทียบกับอดีต ปัจจุบันตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (ดัชนี Shanghai Composite Index ซื้อขายที่อัตราราาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี เรโช) ที่ 13 เท่า จากค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 14 เท่า







