posttoday
Start Up 4.0

Start Up 4.0

03 กุมภาพันธ์ 2560

ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่ง Disruptive Technology รวมถึงระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ระบบ Cloud และ IoT

โดย...วิฑูรย์  สิมะโชคดี

ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่ง Disruptive Technology รวมถึงระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ระบบ Cloud และ IoT ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น ทำให้เกิดคำถามว่า Startup ในยุค 4.0 จะเป็นอย่างไร? จึงจะประสบความสำเร็จใน “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” (อันได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและขนส่งโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร)

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้ร่วมกับ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และนวัตกรรม ICT ของโลก ได้จัดงานเสวนาเรื่อง “สตาร์ทอัพ 4.0 กับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ในโอกาสพิธีเปิดห้องสมาร์ทแล็บอัจฉริยะ ซึ่งมีผู้ฟังที่เป็น SMEs และ Start Up จำนวนมาก

คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. รศ.ดร.คมสัน มาลีสี ได้กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาสู่ยุค “อุตสาหกรรม 4.0” ต้องมีการส่งเสริมการศึกษาเพื่อการนำองค์ความรู้ไปต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิม (First S-Curve) และเติมต่อ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) สู่เป้าหมาย “ประเทศไทย 4.0”

เมื่อดูจากสถิติของซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley) ในซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา จะมี Start Up เกิดขึ้นปีละ 8,000-1 หมื่นราย Start Up เหล่านี้มักจะเกิดจากความพยายามแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน หรือในธุรกิจอุตสาหกรรม คือ มุ่งจะแก้ไขปัญหาให้กับคนหมู่มาก

หลาย Start Up อาจเติบโตก้าวไปได้ไกลถึงในระดับโลก โดยต้องกล้าคิดกล้าลงทุนและลงมือทำ แต่จากสถิติ 95% ของ Start Up ทั่วโลกล้มเหลว และมีเพียง 5% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ

ดังนั้น Start Up ของไทย หรือผู้ประกอบการใหม่จะต้องมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ด้วยนวัตกรรมที่โดดเด่น ที่แก้ปัญหาให้โลกดีขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สามารถแข่งขันบนเวทีอาเซียนและโลกได้อย่างยั่งยืน สู่เป้าหมาย “ประเทศไทย 4.0” ด้วย

ส่วนประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (นายเซีย เชนเยน) ได้กล่าวถึงปัจจัยที่จะทำให้ Start Up ประสบความสำเร็จ ได้แก่

1.Disruptive คือ เป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกหรือคนหมู่มาก 2.Scalable คือ สามารถขยายตัวได้รวดเร็ว ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง ใช้สะดวกและรวดเร็ว 3.ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหา 4.มีประสบการณ์และไอเดียที่แปลกใหม่

5.มีแผนธุรกิจอย่างชัดเจน มีจุดขาย 6.มีทีมงานและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง 7.มีแหล่งเงินทุน 8.วางตลาดในจังหวะเวลาเหมาะเจาะ ตัวอย่างเช่น Uber ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการรับส่งคน ที่ได้ประโยชน์จากการเปิดตัวในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำเช่นกัน คนกำลังต้องการรายได้พิเศษ และยังตอบสนองการใช้ชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองอีกด้วย

ในขณะที่อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. (ผศ.ดร.ศรวัฒน์ ชิวปรีชา) ได้นำเสนออย่างน่าสนใจว่า เราควรสร้าง “นวัตกรรมด้านการเกษตร” ให้มาก เพราะอาหารเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงประเทศและโลก

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพื้นฐานเป็นเมืองเกษตรมาก่อน แต่เราไม่ค่อยจะมีนวัตกรรมด้านนี้ จึงเป็นที่มาของผลงาน “ฟาร์มอัจฉริยะ” (Smart Farm) ซึ่งออกแบบเป็นโรงเรือนเพาะปลูกแบบปิดและใช้ระบบออโตเมชั่นมาควบคุมเครื่องตรวจวัดค่าพารามิเตอร์ และเชื่อมโยงกับ IoT ทั้งการให้น้ำ การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้คงที่ตามที่ตั้งไว้ เช่น พืชผักไฮโดรโปนิกส์ แตงเมลอน ทำให้พืชผลเจริญเติบโต ผลผลิตดี และมีความปลอดภัยต่อการบริโภค

ประโยชน์ที่ตามมา ก็คือ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานเกษตร ลดงานหนักและเหน็ดเหนื่อยให้เป็นความสะดวกสบาย ยกระดับความสามารถของเกษตรกรรายย่อย ทำให้การทำงานในฟาร์มยุคใหม่ง่ายขึ้น ควบคุมได้จากระยะไกลผ่าน Smart Phone และลดการใช้แรงงานคน ทั้งนี้จะเน้นการช่วยกระตุ้นให้อาชีพเกษตรของไทยมีความก้าวหน้าทันสมัยและไม่สูญหายไปด้วย

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ทำให้พวกเราต้องตื่นตัวเรียนรู้ตลอดเวลา เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ทันการณ์ ครับผม!

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร