
บุญรอดปรับบางกอกกล๊าส โททัลฯโซลูชั่น2.5หมื่นล.
บุญรอดฯ เร่งขยาย 5 กลุ่มธุรกิจ ปั้นบางกอกกล๊าสสู่โททัลกลาสโซลูชั่น ลงทุน 7,500 ล้าน แตกธุรกิจกระจกแผ่น สร้างโรงงานแห่งใหม่
บุญรอดฯ เร่งขยาย 5 กลุ่มธุรกิจ ปั้นบางกอกกล๊าสสู่โททัลกลาสโซลูชั่น ลงทุน 7,500 ล้าน แตกธุรกิจกระจกแผ่น สร้างโรงงานแห่งใหม่
นายปวิณ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางกอกกล๊าส(บีจี) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วครบวงจร เปิดเผยว่า นโยบายของนายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ ต้องการผลักดันให้ 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มและอาหาร อสังหาริมทรัพย์โลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์แก้ว เติบโต โดยในบางกอกกล๊าสให้โจทย์ใหญ่ 5 ปี ต้องสร้างรายได้ 2.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับยุทธศาสตร์การทำธุรกิจจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วครบวงจรมาสู่โททัลกลาสโซลูชั่น หรือผลิตภัณฑ์แก้ว ครอบคลุมทุกวิถีการดำเนินชีวิต ลงทุน 7,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 5,000 ล้านบาท ร่วมลงทุนกับบริษัท กลาส เทรอช โฮลดิ้ง จากสวิตเซอร์แลนด์ สร้างโรงงานผลิตกระจกกำลังการผลิตปีละ 2.19 แสนตัน ที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อเพิ่มกลุ่มธุรกิจใหม่
บีจีเอฟ หรือบีจี โฟลต กล๊าส ดำเนินธุรกิจกระจกแผ่น โดยช่วงแรกจะนำเข้าก่อน พร้อมกับผลิตแผ่นกระจกเองในอนาคต
“การรีแบรนด์ครั้งนี้ บริษัทได้ทยอยปรับเปลี่ยนโครงสร้าง 4-5 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการปรับครั้งใหญ่ หลังจากพบว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แก้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโต 4-5% จากเดิมเมื่อ 10 ปีที่แล้วเติบโต 12-14% และคาดว่าในอนาคตจะโต 1-2% การเติบโตน้อยลงมาจากฐานของลูกค้าใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วไม่ได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ชูกำลัง แต่จากนี้ธุรกิจกระจกเป็นตัวขับเคลื่อนด้วยการ
นำเสนอผลิตภัณฑ์แก้วครอบคลุมทุกวิถีการดำเนินชีวิต” นายปวิณ กล่าว
นอกจากนี้ เม็ดเงินอีก 2,500 ล้านบาท จะลงทุนเองทั้งหมด สร้างโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว 1 แห่ง ที่ จ.ราชบุรี เพิ่มกำลังการผลิตอีกวันละ 320 ตัน จากกำลังการผลิตทั้งปี 9.7 แสนตัน คาดแล้วเสร็จในปี 2561 วางเป้าหมายในปีนี้ยอดการผลิตเป็น 4,500 ล้านขวด เท่ากับปี 2555 สร้างรายได้ให้กับบริษัทสูงสุด โดยในปีที่ผ่านมายอดการผลิตเหลือเพียง 8.9 แสนตัน อย่างไรก็ดีจากนี้ไปบริษัทวางแผน
ลงทุนใหม่ๆ ในลักษณะการร่วมทุน 2-3 แห่ง
สำหรับรายได้ 5 ปี ธุรกิจในเครือมี 4 กลุ่ม โดยธุรกิจแผ่นกระจกสร้างรายได้สัดส่วน 40% บรรจุภัณฑ์แก้วจาก 85% สัดส่วนเหลือเป็น 40-50% และนันกลาสจาก 10-12% เหลือ 3% ส่วนที่เหลือ 7% เป็นธุรกิจกีฬาและอื่นๆ ทั้งปีตั้งเป้าเพิ่มจาก 1.2 หมื่นล้านบาท เป็น 1.4 หมื่นล้านบาท แบ่งลูกค้าเป็นนอกเครือ 50% วางเป้าหมายอีก 5 ปี รายได้กลุ่มบีจีเพิ่มจาก 8% เป็น 12-13% ของกลุ่มบุญรอดฯ







