
กรุงศรีพุ่งเป้าค่าธรรมเนียม
กรุงศรีเร่งเครื่องเพิ่มรายได้ พุ่งเป้ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ขอโตมากกว่า 5% ส่วนสินเชื่อมุ่งรายย่อย
กรุงศรีเร่งเครื่องเพิ่มรายได้ พุ่งเป้ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ขอโตมากกว่า 5% ส่วนสินเชื่อมุ่งรายย่อย
นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในปีสุดท้ายของแผนธุรกิจระยะกลาง 3 ปี ระหว่าง 2558-2560 จะมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เป็นหลัก หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมาบรรลุเป้าหมาย 2 ด้านแล้ว คือ การขยายสินทรัพย์ และลดต้นทุนทางการเงินผ่านการเพิ่มเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน
สำหรับปี 2560 ธนาคารตั้งเป้ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโตไม่ต่ำกว่า 5% น้อยกว่าปีที่แล้วที่โต 11.7% มูลค่า 1.81 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 32% ของรายได้รวม แต่ปีนี้ไม่ได้กำหนดเป้าหมายสัดส่วนที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการให้บริการลูกค้าด้วย โดยการขยายฐานรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย จะสอดคล้องไปกับการขยายฐานลูกค้าและการปล่อยสินเชื่อ
นายโนริอากิ ยอมรับว่าการเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ ต่างมีธนาคารไทยให้บริการที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้นจะใช้กลยุทธ์เป็นธนาคารหลักของลูกค้าธุรกิจ โดยเชื่อว่าการที่กรุงศรีมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง กลุ่มการเงินมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) สนับสนุน จะเพิ่มศักยภาพให้ธนาคารสามารถแข่งขันได้
นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมของรายย่อยมีแนวโน้มลดลงจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมติดตามทวงถามหนี้ จาก 250 บาท เหลือ 100 บาท ส่วนพร้อมเพย์ และโครงการวางเครื่อง อีดีซี ส่งผลโดยตรงกับค่าธรรมเนียมจากธุรกรรม (ทรานแซคชั่น) แต่จะมีปริมาณธุรกรรมเพิ่มมากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อธนาคารในด้านลดต้นทุนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
นายโนริอากิ กล่าวว่า ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปีนี้เติบโต 6-8% จากสินเชื่อรายย่อยเป็นหลัก เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังไม่ต้องการสินเชื่อเพื่อลงทุน ขณะที่ธนาคารยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอี โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินสินเชื่อ 3-12 ล้านบาท และจะรักษาอัตราเติบโตสินเชื่อ เอสเอ็มอีที่ 6.5% เท่ากับปีที่แล้ว พร้อมดูแลหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่เกิน 2.5% โดยตั้งเครดิตคอสต์ไว้ที่ 1.4%
ขณะเดียวกัน ธนาคารได้ทบทวนแผนการขยายสาขาใหม่ ที่ 2 ปีที่ผ่านมาได้เพิ่ม 50-60 แห่ง จากเป้าหมาย 100 แห่งใน 3 ปี แต่ทิศทางดิจิทัลแบงก์กิ้งที่ได้รับความนิยม ทำให้ปีนี้จะเปิดสาขาเพิ่มเพียง 10 แห่ง และย้ายสาขาหรือควบรวมตามความเหมาะสม







