
‘เทรนด์การเงินเปลี่ยนโลก’
โดย...ธนาคารกสิกรไทย
โดย...ธนาคารกสิกรไทย
ปี 2016 เป็นปีที่พลังดิจิทัล เทคโนโลยี ขับเคลื่อนในทุกแวดวง รวม ถึงการเงิน การธนาคารทำให้เกิดนวัตกรรมการเงินที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกรรมการเงิน และทำให้พฤติกรรมของผู้ใช้งานค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไป K-Now ธนาคารกสิกรไทย สรุป 4 ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ยังคงส่งผลเป็นระลอกต่อเนื่องมาถึงปี 2017 ได้แก่
1. National e-Payment
2. e-Wallet
3. FinTech
4. Digital Banking
ความเคลื่อนไหวแรก - National e-Payment ถือเป็นโครงการระดับชาติ ที่ต้องการผลักดันให้เกิดระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการชำระเงินมากขึ้น มี 4 โครงการสำคัญ ได้แก่ พร้อมเพย์ : ทางเลือกใหม่ในการรับ-โอนเงินด้วยค่าธรรมเนียมที่ถูกลงและง่ายขึ้นผ่านหมายเลขโทรศัพท์ หรือ เลขประจำตัวประชาชน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์ 18 ล้านคน
เริ่มใช้แล้ว วันที่ 8 ธ.ค. กับ 3 สถาบันการเงินของภาครัฐ ในโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
เงินคืนภาษีประจำปี 2559 ก็จะจ่ายผ่านระบบพร้อมเพย์เช่นกัน
ขยายการใช้บัตร : ก้าวสู่ CashlessSociety ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บัตรเดบิตมากขึ้น ทั้งกับร้านค้าและหน่วยงานราชการ ขยายจุดวางเครื่องรับรูดบัตร (เครื่อง EDC) ในร้านค้าต่างๆ และสถานที่ราชการ e-Payment ภาครัฐ : รับและจ่ายเงินสวัสดิการสังคม รวมถึงการทำธุรกรรมกับหน่วยงานภาครัฐโดยไม่ใช้เงินสดและเช็ค นำร่องด้วยโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ก่อนขยายไปยังโครงการและบริการรัฐอื่นๆ เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ และระบบรักษาพยาบาล
ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ : ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีจะมาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องใช้กระดาษ ช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการจัดทำเอกสารชำระภาษี และจัดการคืนเงินภาษีเงินได้ส่วนบุคคลได้รวดเร็วขึ้น
ความเคลื่อนไหวที่สอง - e-Wallet หรือกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ โอน เติม จ่าย ได้ง่ายและรวดเร็ว แบบ Anytime, Anywhere มี 2 รูปแบบ
1.Card Base หรือบัตรเงินสดผู้ใช้สามารถเติมเงินเข้าไปในบัตร และใช้บัตรซื้อของหรือชำระค่าบริการได้ทันทีอย่างง่ายดายและสะดวก ไม่ต้องพกเงินสดแค่บัตรใบเดียวพอ เช่น Rabbit Card, Smart Purse
2.Digital Account หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่น เช่น PayPal, AIS mPay, TrueMoney สามารถใช้ชำระเงินได้รวดเร็ว เพียงผูกบัญชีกับบัตรเครดิตหรือ
บัตรเดบิต หรือเติมเงินผ่านการโอนจาก MobileBanking/Internet Banking ก็ได้เช่นกัน
โอกาสของ e-Wallet ในไทย
ด้วยจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในไทยถึง 47 ล้านคน และเทคโนโลยี 4จี ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระแสของ e-Wallet มาแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจะเห็นว่าในปี 2015 ประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้งาน e-Wallet อยู่ 7.6%
ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 14 รายที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น
กลุ่มผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถืออย่าง mPay, PaysBuy, TrueMoney
กลุ่มสตาร์ทอัพ เช่น AirPay, T2P, MOL
กลุ่มผู้ให้บริการต่างชาติ เช่น AliPay, WeChat Pay และ Samsung Pay
ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายในการเข้าถึง e-Wallet นอกจากนี้ ธุรกิจนี้ยังเติบโตได้อีกมาก ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป คือนิยมพกเงินสดน้อยลง รวมถึงมีความต้องการซื้อของออนไลน์ หรือซื้อแอพพลิเคชั่นบนแอพสโตร์ (มีผู้ใช้ 16 ล้านราย) และกูเกิลเพลย์ (มีผู้ใช้ 20 ล้านราย) แต่ไม่มีบัตรเครดิต หรือไม่อยากผูกบัญชีกับบัตรเครดิต
จากรายงานของ Global Payment Report ปี 2016 พบว่าค่าเฉลี่ยสัดส่วนการใช้ e-Wallet ในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ปี 2015 อยู่ที่ 19.5% และในปี 2017 จะเพิ่มขึ้นเป็น 23% และมีการประมาณการมูลค่าการใช้ e-Wallet ในปี 2017 ทั่วโลกอาจสูงถึง 1,656,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 41% ของการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
ความเคลื่อนไหวที่สาม - FinTech
Key Word สำคัญที่กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการการเงินของโลก ซึ่งกำลังเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงรูปแบบการให้บริการของสถาบันการเงิน
รู้หรือไม่ ทุกวันนี้เราได้ใช้ FinTech กันแล้ว
FinTech สำหรับชำระเงิน ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถช็อปของออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา เช่น 2C2P, mPay, TrueMoney, Air Pay, Rabbit LINE pay
FinTech สำหรับเปรียบเทียบประกันและโปรฯ บัตรเครดิต ช่วยประหยัดเวลาค้นหาโปรฯ ที่ดีที่สุด และตรงความต้องการมากที่สุดด้วยตัวเองในพริบตา เช่น Go bear,Rabbit Finance
FinTech สำหรับข้อมูลการลงทุน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนด้วยการค้นหาหุ้นเด่นได้ในเวลาอันสั้น เช่น Stock Radars, Jitta LINE Finance
FinTech สำหรับการจัดการการเงินส่วนบุคคล ช่วยควบคุมการใช้จ่ายและคำนวณภาษีได้เป๊ะสุดๆ เช่น iTax, Piggipo
ความเคลื่อนไหวที่สี่ – Digital Banking
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย (28 ธ.ค. 2559) ประมาณการว่าในปี 2560 สมาร์ทโฟนในประเทศไทยจะขายได้ประมาณ 17.2 -17.4 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่คนไทยสามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้ 75% ของประชากรทั้งหมด ประกอบกับดิจิทัล เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและเครือข่าย 4จีที่ครอบคลุมและรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ดิจิทัล แบงก์กิ้ง ในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด
และจากรายงาน Mobility Report ของ Ericsson เดือน มิ.ย. 2559 ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่ประชากรมีการใช้งาน Mobile Banking โดดเด่นที่สุดในโลก โดยประเทศที่ติด 10 อันดับนี้
ด้วย ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ อินเดีย บราซิล เคนยา สวีเดน ไนจีเรีย ไทย
โดยระหว่างปี 2011-2014 การทำธุรกรรมผ่าน Internet Banking เติบโตขึ้น32% ในขณะที่ Mobile Banking โตขึ้น 62%
เงินทองไร้ขีดจำกัด ในยุคดิจิทัล 4.0
ในปีนี้จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมจากหลายๆ โครงการที่อยู่ภายใต้แนวนโยบาย Digital Economy จากการผลักดันของภาครัฐที่มุ่งมั่นให้ประเทศไทยก้าวสู่ Cashless Society 2017 ในขณะที่ภาคเอกชนในทุกแวดวงพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยดิจิทัล เทคโนโลยีต่างๆ ที่เป็นผลพัฒนาจาก FinTech นี่คือตัวอย่างของความร่วมมือข้ามสายธุรกิจ ข้ามพรมแดน ที่จะทำให้ชีวิตของผู้คนในยุคดิจิทัล 4.0 สะดวกสบายมากกว่าที่เคยเป็นมา







