
เตรียมคลอด กฎหมายอีอีซี กลางปี2560
กระทรวงอุตฯ มั่นใจกฎหมายอีอีซี ประกาศใช้ภายในครึ่งปีแรก ปักธงอุตสาหกรรมใหม่ภาคตะวันออก
โพสต์ทูเดย์ - กระทรวงอุตฯ มั่นใจกฎหมายอีอีซี ประกาศใช้ภายในครึ่งปีแรก ปักธงอุตสาหกรรมใหม่ภาคตะวันออก
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2560 จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หากเป็นไปตามแผนจะสามารถประกาศใช้ได้เดือน เม.ย. 2560 หรืออย่างช้าภายในครึ่งปีแรก
ทั้งนี้ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนไม่แพ้โครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ซึ่งภาคเอกชนกำลังรอดูความชัดเจนของภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายและการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่าในระยะแรกจะมุ่งขยายคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพในนิคมฯ บริเวณพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดเดิม คือ จ.ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ได้แก่ กลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หากมีอุตสาหกรรมเต็มศักยภาพจะมีพื้นที่ราว 2 แสนไร่ และก่อให้เกิดเงินลงทุนประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท
สำหรับแผนงานอีอีซี ปี 2560-2564 ที่ภาครัฐตั้งใจผลักดันมีวัตถุประสงค์ คือ1.ลดต้นทุนโลจิสติกส์ 2.เพิ่มฐานภาษีของรัฐบาลให้ใหญ่ขึ้น 3.ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ 4.ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ประชาชน และมีเป้าหมายสำคัญ คือ เศรษฐกิจขยายตัว 5% ต่อปี เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1 แสนคน/ปี และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว 10 ล้านคน/ปี
ทั้งนี้ เป้าหมายต้องการให้ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเมืองน่าอยู่ รองรับการขยายของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก จ.ชลบุรี เป็นศูนย์กลางการศึกษาและพัฒนาทักษะนานาชาติ ศรีราชา-แหลมฉบัง เป็นเมืองอุตสาหกรรมผลิตสมัยใหม่ พัทยา-สัตหีบ เป็นเมืองการท่องเที่ยวและสันทนาการระดับโลก อู่ตะเภา เป็นศูนย์ธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ ส่วนมาบตาพุด จ.ระยอง จะเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในอาเซียน







