posttoday
เปิดหนี้บี/อีบจ.

เปิดหนี้บี/อีบจ.

18 มกราคม 2560

โบรกเกอร์เตือนนักลงทุนหุ้น บจ.ที่มีหนี้คงค้างบี/อี โดยเฉพาะ บจ.ที่มีหนี้สินต่อทุนเกิน 1 เท่า พบ บจ.มีหนี้คงค้างบี/อี 137 แห่ง

โบรกเกอร์เตือนนักลงทุนหุ้น บจ.ที่มีหนี้คงค้างบี/อี โดยเฉพาะ บจ.ที่มีหนี้สินต่อทุนเกิน 1 เท่า พบ บจ.มีหนี้คงค้างบี/อี 137 แห่ง

ขณะนี้เริ่มมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินระยะสั้น (บี/อี) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เรียงลำดับมาตั้งแต่บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) และล่าสุด คือบริษัท ริช เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (RICH) ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นในตลาดของบริษัทดังกล่าวผันผวนมากในระยะสั้น

ทั้งนี้ แม้บางบริษัทสามารถชำระคืนหนี้บี/อีได้แล้ว คือ NMG และ EFORL แต่ตลาดยังคงกังวลกับบี/อีที่จะทยอยครบกำหนดไถ่ถอนภายในช่วง 1 ปีข้างหน้า ทั้งของบริษัทที่เป็นข่าวเดิมและบริษัทรายอื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบลูกโซ่ตามมาในระยะสั้น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ รวบรวมข้อมูลบี/อีทั้งระบบ ณ เดือน พ.ย. 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มียอดคงค้างรวมอยู่ที่ 4.06 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดคงค้างของ บจ.ที่อยู่ในตลาดราว 2.22 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 55% ส่วนที่เหลือเป็นยอดคงค้างของบริษัทที่อยู่นอกตลาด

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่มีข่าวเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้บี/อีมักจะเป็นบริษัทที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ประการแรก มีสัดส่วนหนี้ตั๋วเงินระยะสั้นต่อหนี้สินรวมที่สูงกว่า 10% ประการที่สอง มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่มาก (ดี/อีมากกว่า 1 เท่า)

ประการที่สาม มีอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนน้อย น้อยกว่า 1 เท่า และประการที่สี่ มีเงินสดในมือน้อย เพราะฉะนั้นจึงรวบรวมข้อมูลสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น ดูรายละเอียดในตาราง ตัวอย่าง 57 บริษัท จาก บจ.ที่มีหนี้คงค้างบี/อีทั้งหมด 137 บริษัท ที่เป็นข้อมูลบี/อีและอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญของ บจ.นอกกลุ่มธุรกิจการเงิน เพื่อให้นักลงทุนใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาบริษัทที่ควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุนเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ปัจจุบันการออกหรือต่ออายุบี/อีทำได้ยากขึ้น ทำให้มองบริษัทที่เคยออกบี/อีได้ อาจต้องหันไประดมทุนด้วยวิธีการกู้ยืมทางช่องทางอื่นแทน ซึ่งมีแนวโน้มดอกเบี้ยจ่ายจะสูงขึ้น แต่ไม่น่าจะกระทบต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กลุ่มธนาคารอาจได้ประโยชน์จากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น

ทิสโก้ มองปัญหาหนี้บี/อีกระทบภาพรวมตลาดน้อย เพราะส่วนใหญ่เป็น บจ.ขนาดเล็กและมีผู้เกี่ยวข้องจำกัด เนื่องจากการขายตั๋วเงินระยะสั้นไม่ได้เป็นการทั่วไป แต่เป็นการขายแบบเฉพาะเจาะจง โดยมองหุ้นเป็นรายตัวเท่านั้นที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนเพิ่ม

ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานค้าหลักทรัพย์บุคคล บล.บัวหลวง กล่าวว่า การผิดนัดชำระหนี้จากตราสารหนี้ที่ไม่มีเครดิตประเภทบี/อี คาดว่าจะไม่กระทบในวงกว้าง เนื่องจากเป็นผลที่เกิดจากผู้ลงทุนที่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ (ไฮเน็ตเวิร์ก) เท่านั้น ซึ่งมีทั้งที่ซื้อและติดต่อกับบริษัทโดยตรง หรือในลักษณะลงทุนผ่านกองทุนตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง มีอยู่กว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับอัตราการออกบี/อีทั้งระบบที่มีกว่า 3.2 แสนล้านบาท ถือว่าน้อย

 ผลสำรวจคุณภาพ บจ. ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2559 พบว่า มีเพียง 15 แห่ง ที่มีดี/อีมากกว่า 3 เท่า และพบว่า มี 2 บริษัท เป็นบริษัทขนาดใหญ่และที่ต้องดูแลสภาพคล่องบริษัทเป็นอย่างดี คือ บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) และบริษัท การบินไทย (THAI) ดังนั้นจะเลือกบริษัทอีก 12 แห่งเท่านั้นที่มีหนี้สูง และเป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กเท่านั้น ประกอบกับบริษัทที่อยู่ใน SET100 มี 85% ของตลาดหุ้นไทย ฉะนั้นอีก 15% เป็นบริษัทอยู่นอก SET100 ถ้าจะสภาพคล่องไม่ดีก็จะมีผลต่อตลาดรวมน้อย

ด้าน EFORL เตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกองทุนโซลาริส ซึ่งทำให้ได้รับความเสียหาย ที่เผยแพร่ข้อความไม่ชำระหนี้ และกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมออกตั๋วที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทำให้คู่ค้า สถาบันการเงิน นักลงทุนเข้าใจว่า EFORL ออกตั๋วโดยไม่มีความสามารถในการชำระหนี้และผิดนัดชำระหนี้

ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) โซลาริส แจ้งว่า บริษัทยังคงติดตามหนี้บี/อี ของ IFEC ที่จะครบกำหนดชำระหนี้วันที่ 19 ม.ค.นี้ วงเงิน 100 ล้านบาท และวันที่ 25 ม.ค. 2560  หลังจาก IFEC ผิดนัดชำระหนี้ 200 ล้านบาท โดยลงทุนบี/อี IFEC รวม 1,200 ล้านบาท

สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น IFEC ในวันที่ 25 ม.ค. 2560 จะออกมาในทิศทางดีเป็นประโยชน์กับเจ้าหนี้

“การติดตามชำระหนี้นั้นจะเป็นไปตามขั้นตอน ถ้าหากไม่สามารถชำระหนี้ได้ก็คงจะต้องมีการขายสินทรัพย์ออกไป ทั้งนี้ยืนยันว่าจะเร่งจัดการหนี้ดังกล่าวให้เรียบร้อยและนำเงินมาคืนผู้ถือหน่วยให้เร็วที่สุดด้วย”

กองทุนตราสารหนี้สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ที่ลงทุนในบี/อี ทยอยครบกำหนดเดือน มี.ค.และจะติดตามหนี้ที่ค้างชำระมาคืนนักลงทุนให้ครบ หลังจากนั้นจะออกกองทุนตราสารหนี้รูปแบบใหม่ ที่มีโครงสร้างทำให้นักลงทุนมั่นใจ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่