posttoday
กรมชลฯแจงข้อครหาใช้งบกำจัดผักตบบาน

กรมชลฯแจงข้อครหาใช้งบกำจัดผักตบบาน

03 มกราคม 2560

กรมชลประทานชี้แจงละเอียด หลังมีข่าวสต.เผยของบเพิ่มทุกปี แต่ยังมีผักตบกองเต็มปากแม่น้ำลำคลอง

กรมชลประทานชี้แจงละเอียด หลังมีข่าวสต.เผยของบเพิ่มทุกปี แต่ยังมีผักตบกองเต็มปากแม่น้ำลำคลอง

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงในกรณีที่เกิดขึ้นว่า การดำเนินการกำจัดผักตบชวาของกรมชลประทาน นั้น จะดำเนินการในทางน้ำชลประทานที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน   ซึ่งประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำ คลองส่งน้ำและคลองระบาย ซึ่งโดยปกติแล้วการกำจัดผักตบชวา จะมีการดำเนินการใน 2 ลักษณะ คือ

1. การกำจัดด้วยแรงคน จะดำเนินการในคลองส่งน้ำขนาดเล็ก ที่มีระดับน้ำไม่สูงมากนัก โดยใช้แรงงานคนในการลากดึงผักตบขึ้นมาบนลาดคลอง ข้างคันคลองหรือเขตคลองที่ไม่ได้เป็นผิวจราจร และปล่อยให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ

2. การกำจัดด้วยเครื่องจักร จะดำเนินการในคลองขนาดใหญ่ หรือในอ่างเก็บน้ำ โดยใช้เครื่องจักรตามความเหมาะสม เช่น เรือกำจัดวัชพืช หรือรถขุดแบบสะเทินน้ำสะเทินบก เป็นต้น

สำหรับทางน้ำชลประทาน นั้น จะมีความยาวรวมทั้งสิ้นประมาณ  36,288.589 กิโลเมตร และส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกับทางน้ำธรรมชาติ (แม่น้ำ คลอง หนอง บึงและลำห้วย) ที่มีความยาวรวมทั้งสิ้นกว่า 486,167  กิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ของผักตบชวา รวมไปถึงวัชพืชต่างๆ โดยเฉพาะเมล็ดของผักตบชวาแม้ว่าในขณะที่ไหลมาตามแม่น้ำ ก็จะมีการขยายพันธุ์และเติบโตในระหว่างที่ลอยน้ำภายในไม่เกิน 3 สัปดาห์    เท่านั้น จากปัจจัยด้านกายภาพของทางชลประทาน ซึ่งจะต้องรับน้ำจากทางน้ำธรรมชาติต่างๆด้วย จึงทำให้มีผักตบชวาลอยมาติดบริเวณเขื่อน ประตูระบายน้ำหรืออาคารชลประทานอยู่ตลอดเวลา 

ในส่วนของงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมาในแต่ละปี นั้น เมื่อได้รับมาแล้ว กรมชลประทาน ได้จัดสรรงบประมาณดังกล่าว ไปตามหน่วยปฏิบัติของกรมชลประทานในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการกำจัดผักตบชวาตามแผนงานที่ได้อนุมัติไว้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าฤดูฝนหรือมีการระบายน้ำจากพื้นที่ต่างๆ ทำให้มีผักตบชวาจำนวนมากไหลมากับน้ำเหนือพากันมาติดในบริเวณด้านเหนือเขื่อน ประตูระบายน้ำและอาคารบังคับน้ำตลอดเวลา จึงทำให้เสมือนว่าไม่มีการดำเนินการกำจัดผักตบชวา หรือกำจัดผักตบชวาไม่แล้วเสร็จ หรือเป็นการใช้งบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปี ทั้งๆ ที่ทางน้ำชลประทานมีเพียง 36,288.589 กิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 7.48 ของลำน้ำธรรมชาติ(486,167 กิโลเมตร)เท่านั้น ประกอบกับในแต่ละปี กรมชลประทานได้มีการประกาศทางน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นทุกปี อีกทั้ง การกำจัดวัชพืชในทางน้ำชลประทานนั้น ยังรวมไปถึงวัชพืชอื่นๆนอกเหนือจากผักตบชวาด้วย เช่น จอกหูหนู ธูปฤาษี และไมยราบใหญ่ เป็นต้น

สำหรับอัตราราคางานในการดำเนินการกำจัดผักตบชวาของกรมชลประทาน นั้น กรมชลประทาน ได้ใช้อัตราราคางานต่อหน่วย ของสำนักมาตรฐานงบประมาณ 1 สำนักงบประมาณ กล่าวคือ การกำจัดวัชพืชด้วยแรงคน อัตรา 3,250 บาทต่อไร่ (จากการสุ่มตัวอย่างผักตบชวา 1 ไร่ หนักประมาณ 80 ตัน) ดังนั้น การกำจัดวัชพืชด้วยแรงคน อัตราราคางานจะอยู่ที่ราคาประมาณ  40.625 บาทต่อตัน หรือ 0.040 บาทต่อกิโลกรัม

ส่วนการกำจัดผักตบชวาหรือวัชพืชด้วยเครื่องจักร อัตราราคางานจะผันแปรไปตามราคาน้ำมันดีเซล เช่น วันที่ 3 มกราคม 2560 ราคาน้ำมันดีเซล 26.09 บาทต่อลิตร อัตราราคางานจะอยู่ที่ราคาน้ำมัน 26.00-26.99 บาทต่อลิตร ราคาต่อหน่วยในการกำจัดวัชพืชด้วยเรือ หากเป็นงานที่กรมชลประทานดำเนินการเอง จะอยู่ที่ประมาณ 29.17 บาทต่อตัน หรือ 0.029 บาทต่อกิโลกรัม

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า ในช่วงปี 2557 - 2559 กรมชลประทาน ใช้งบประมาณไปกว่า 710 ล้านบาท สามารถกำจัดผักตบชวาได้เพียง 18.2 ล้านตัน นั้น จากการคำนวณเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกำจัดผักตบชวา คือ    710 / 18.2 =  39.01 บาทต่อตัน หรือ 0.039 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทั้งหมดเป็นค่าเฉลี่ยของ 3 ปี โดยใช้วิธีกำจัดผักตบชวาทั้งด้วยแรงคนและเครื่องจักรกล จึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร