
กางแผนต่อยอดคิวคิว
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การเริ่มต้นธุรกิจยุคนี้ง่ายกว่ายุคก่อนมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่มีจุดกำเนิดจากเทคโนโลยี หากทำดี เตะตา โดนใจ ก็โตก้าวกระโดดได้ง่ายๆ
รังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วาย เอ็ม เอ็ม วาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำ 3 ปี แล้วจึงรวมตัวกับหุ้นส่วนที่เคยทำงานด้วยกัน ก่อตั้งบริษัท วาย เอ็ม เอ็ม วาย เป็นซอฟต์แวร์เฮาส์ ผลิตซอฟต์แวร์ ทำเว็บไซต์ หรือเรื่องต่างๆ ด้านไอที เพราะทุกคนต้องการสร้างสิ่งใหม่ๆ ซึ่ง 10 ปีที่ทำบริษัทนี้ พบว่าทุก 2-3 ปี ประเทศไทยจะมีปัญหาท้าทายกระทบธุรกิจเข้ามา เช่น การชุมนุมประท้วงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ทุกครั้งที่เกิดเหตุใดๆ ลูกค้าที่จ้างบริษัทจะหยุดแผนงานด้านไอที ทำให้ช่วงนั้นบริษัทแทบไม่มีงานจ้างเข้ามา
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงร่วมกับหุ้นส่วนคิดกันว่าน่าจะทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นของบริษัทเอง เพราะถ้ารอรับจ้างทำซอฟต์แวร์อย่างเดียวจะเจอแต่ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งก็ทดลองทำหลายอย่าง แต่ที่โดนใจตลาดและเกิด คือ ระบบการเข้าแถว (คิว) แม้เวลานั้นร้านค้าต่างๆ จะมีระบบคิวให้ลูกค้ากดรับบัตรคิวรออยู่แล้ว แต่ระบบนี้ตอบโจทย์แค่ฝั่งร้านค้า ลูกค้าต้องมายืนรออยู่หน้าร้านอยู่ดี ซึ่งหลายครั้งใช้เวลานาน ทำให้บริษัทคิดทำแอพพลิเคชั่นตัวกลางด้านคิวสำหรับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ ชื่อ “คิวคิว” (QueQ)
วิธีใช้งานคิวคิวคือ ลูกค้าที่มีสมาร์ทโฟนเปิดแอพพลิเคชั่นคิวคิวแล้วจองคิวได้เลย ไม่ต้องรอไปถึงหน้าร้านก่อน แค่อยู่บริเวณใกล้ร้านค้าก็จองได้ จากนั้นใช้เวลาที่รอคิวไปเดินทำธุระหรือช็อปปิ้งก่อน แอพพลิเคชั่นจะแจ้งเตือนลูกค้าเองเมื่อใกล้ถึงคิวทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอนาน ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้มีผู้ประกอบการหลายรายมาใช้คิวคิว ทั้งร้านอาหารและสถาบันการเงิน ส่วนใหญ่อยู่ในศูนย์การค้า ขณะที่ผู้ใช้บริการก็รู้จักคิวคิวแพร่หลายขึ้น
อย่างไรก็ตาม การสร้างรายได้ของคิวคิวมาจากร้านค้าที่เข้ามาใช้บริการระบบเท่านั้น ทำให้เกิดแนวคิดสร้างรายได้ต่อยอด คือ รายได้จากค่าโฆษณาและการนำเสนอโปรโมชั่น สิทธิพิเศษต่างๆ ของร้านค้าในบริเวณใกล้เคียงกับร้านที่ผู้ใช้บริการกำลังรอคิว โดยบริษัทจะใช้กลยุทธ์เก็บข้อมูลจากสิ่งที่ผู้ใช้บริการคนนั้นชอบ จากนั้นแนะนำโปรโมชั่น สิทธิพิเศษของร้านค้าที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้บริการต้องการ
“2 ปีที่ทำคิวคิว มีผู้ใช้บริการแล้ว 4 แสนคน เพิ่ม 10 เท่าจากช่วงปี 2558 ร้านค้าที่มาใช้บริการเพิ่มต่อเนื่องขณะนี้มีกว่า 100 สาขาร้านค้า ธนาคารกว่า 50 สาขา สิ้นปี 2560 คาดว่าจะมีร้านค้าใช้บริการเพิ่มเป็นกว่า 200 สาขาร้านค้า ทั้งจากร้านค้าเดิมที่ขยายสาขา และร้านค้าใหม่ โดยคิวคิวจะเจาะกลุ่มร้านค้าที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ นอกศูนย์การค้า และขยายไปต่างจังหวัดมากขึ้น”
วิธีทำตลาดของคิวคิวคือจะไปขายตรงกับร้านค้า แต่เพราะแอพพลิเคชั่นเป็นที่รู้จักแล้ว จึงมีลูกค้าเข้ามาติดต่อเองเช่นกัน ส่วนการรับนำเสนอโฆษณาโปรโมชั่น สิทธิพิเศษของร้านค้า คาดว่าจะสร้างรายได้แซงหน้ารายได้ที่มาจากค่าธรรมเนียมที่ร้านค้าต่างๆ ใช้บริการระบบของคิวคิวในอนาคต ตั้งเป้าหมายปี 2564 รายได้บริการโฆษณาเติบโตกว่ารายได้ค่าธรรมเนียมใช้บริการระบบ 5 เท่าขึ้นไป
ทั้งนี้ คิวคิวเริ่มขยายไปตลาดต่างประเทศแล้ว โดยมีร้านค้าในอินโดนีเซีย 5 ร้านใช้บริการ และกำลังขยายไป มาเลเซีย อนาคตจะเน้นขยายผลิตภัณฑ์รอบข้างต่อยอดคิวคิวอีก โดยคิวคิวเป็นแอพพลิเคชั่นที่เล่นกับสถานที่และเวลาช่วงนั้นๆ ก็จะขยายบริการเกี่ยวกับสถานที่และเวลาช่วงนั้นๆ ได้
รังสรรค์ ทิ้งท้ายว่า ใครคิดออกจากงานประจำมาเปิดบริษัทแล้วอยากเติบโตได้ไกลไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจเอสเอ็มอี สิ่งสำคัญต้องเปลี่ยนมุมมองตัวเองก่อน หากทำด้านเทคโนโลยี ต้องไม่ได้มีมุมมองด้านเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ต้องมองการตลาด ใส่แผนธุรกิจเข้าไปในเทคโนโลยีที่มองไว้ด้วย
นี่คือสูตรไปสู่ความสำเร็จที่ผู้ลองปฏิบัติมาแล้วเห็นผลจึงบอกต่อ







