posttoday
หุ้นไทยปีระกา ประคองตัว

หุ้นไทยปีระกา ประคองตัว

02 มกราคม 2560

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

ดัชนีหุ้นปี 2559 ได้ผลตอบจากการลงทุนเฉียด20% ด้วยตัวแปรต่างประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้นสร้างความผันผวนให้ตลาดหุ้นในปีนี้ กูรูตลาดหุ้นมองปีนี้ยังดีต่อแต่คงไม่มาก

“เกศรา มัญชุศรี” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้มุมมองตลาดหุ้น 2560 ว่า หุ้นไทยจะไม่เลวร้ายประคองตัวและน่าจะบริหารจัดการได้ เพราะปัจจัยพื้นฐานในประเทศไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) จะดีกว่าปีนี้ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ก็จะเติบโตดีขึ้นกว่าปี 2559 เล็กน้อย ถือว่าเศรษฐกิจไทยไม่เลวร้ายมาก ตรงข้ามเศรษฐกิจโลกกลับคาดการณ์ได้ยากขึ้น

ระหว่างทางจะมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนจากต่างประเทศส่วนใหญ่  ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่นเดียวกับปี 2559 ที่หุ้นไทยได้รับผลกระทบจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนำให้หุ้นปรับลงแรง แต่ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยนก็ทำให้หุ้นฟื้นตัวกลับมาที่เดิม ซึ่งหากจะให้หุ้นหลุดจากที่เดิมแล้ววิ่งไปไกลต้องรอเศรษฐกิจประเทศไทยฟื้นตัวที่ชัดเจน

ครึ่งปีแรกจะเห็นนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ สร้างความหวือหวา แต่ในที่สุดก็จะเห็นว่าสามารถเปลี่ยนแปลง หรือทำได้จริงมากน้อยขนาดไหน เพราะสหรัฐจะดีประเทศเดียวเมื่อเทียบโลกทั้งโลกคงไม่ใช่ ขณะที่ดอกเบี้ยจะขึ้นแรงอาจทำได้แค่ชั่วคราว เพราะสหรัฐจะปล่อยให้เงินค่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐแข็งค่ามากไม่ได้ ขณะที่เศรษฐกิจฝั่งยุโรปยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนนัก เพราะจะมีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นโดยมีการเปลี่ยนในเชิงอนุรักษนิยมมากขึ้น

ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นมาที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นั้น เป็นประเด็นหลักของต้นทุนการดำเนินงานของ บจ. เชื่อว่าราคาน้ำมันจะไปไม่ไกลกว่านี้มาก อีกทั้งเชื่อว่า บจ.จะสามารถปรับตัวหรือบริหารความเสี่ยงได้ถ้ามีปัจจัยใหม่เข้ามา เพราะที่ผ่านมา บจ.ไทยเจอมาหมดทุกปัญหา หรือทุกรูปแบบ หรือ บจ.ก็เน้นขยายการลงทุนไปต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เพราะอยากให้บริษัทโตก็ต้องใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับ
ตัวเอง

“ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ” นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวและแนวโน้มไปในเชิงบวกแต่ไม่แรงเหมือนอดีต เพราะมีพัฒนาการดีขึ้นจากการลงทุนภาครัฐที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรม บวกเอกชนเริ่มมีการลงทุนในประเทศและในภูมิภาคมากขึ้น เห็นได้จากมีการควบรวมกิจการ หรือซื้อกิจการเพื่อขยายงานให้พร้อมรับสภาพกับโลกที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจในประเทศ

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศมีปัจจัยที่น่ากังวลมากกว่าของสหรัฐและยุโรปที่มีปัญาหาเรื้อรังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หมายความว่าภาคเศรษฐกิจโลกยังมีการเติบโตที่ไม่ดีนักจึงมีความเสี่ยง เมื่อเปรียบเทียบแล้วเอเชียยังเป็นโซนที่ปลอดภัย และตลาดหุ้นไทยได้ผ่านบททดสอบมาหลายเรื่องถือว่ามีความแข็งแกร่ง

“ตลาดหุ้นไทยให้น้ำหนักกับทรัมป์มากไป เพราะการหาเสียงในนโยบายแบบสุดโต่งที่ทำให้เห็นภาพชัดว่าจะเดินไปในทิศทางไหน แต่ในทางปฏิบัติการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้สามารถปรับเปลี่ยนในระยะสั้น เช่น การย้ายฐานการผลิตกลับไปจากเอเชีย หรือจีนเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา เหมือนที่ไทยกระตุ้นในการลงทุนโดยตรงมานานกว่าจะเห็นผล” 

ปี 2560 มีความโชคดีในสิ่งที่ไม่ดี เมื่อความเสี่ยงอยู่ต่างประเทศ เงินอาจไหลกลับไปสหรัฐ แต่ไม่ต้องตกใจเพราะเชื่อว่าประเทศไทยยังมีสภาพคล่องที่เหลือเฟือ เงินไหลออกไปก็ต้องไหลกลับมา แนวโน้มดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นคงไม่สามารถขึ้นได้มาก เพราะสภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังปรับขึ้นน้อย ขณะที่นักลงทุนยังต้องการหากผลตอบแทนในอัตราที่สูง ซึ่งตรงนี้จะสนับสนุนการซื้อขายในระยะสั้น แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการที่ถือหุ้นยาวแต่อย่างใด

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน  (บจ.) ปี 2560 โต 1.3% ถ้าไม่รวมพลังงานจะโต 2.1%  ขณะที่ 2559 คาดว่ากำไรสุทธิ บจ.จะเติบโต 35.9%  เมื่อนำกำไรกลุ่มพลังงานออกจะโตเพียง 6.4% สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจที่ฟื้น แต่ไม่ได้ฟื้นแบบแรง สำหรับกรอบดัชนีปี 2560 เคลื่อนไหว 1,550-1,650 จุด ซึ่งอยู่จากสิ้นปี 2559 ที่อยู่ระดับกว่า 1,500 จุด แต่เป็นสิ่งที่รับได้เพราะที่ผ่านมาเม็ดเงินต่างชาติจะไหลออกไปบ้างแต่ก็ยังมีการถือครองอยู่

“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นหลักนโยบายของทรัมป์และตอนนี้เม็ดเงินไหลกลับไปตลาดหุ้นสหรัฐจนเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดหุ้นสหรัฐถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ  และเชื่อว่าถ้าเศรษฐกิจสหรัฐดีเศรษฐกิจโลกก็จะดี ตอนนี้รอสัญญาณว่าทรัมป์จะทำได้ตามที่หาเสียงไว้ไหม แต่สิ่งที่บ่งบอกชัดเจนคือเศรษฐกิจสหรัฐจะดี และการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐจะทำให้เงินย้ายไปทั้งจากหุ้นสหรัฐบ้าง หรือมีการโยกเงินไปยังตลาดตราสารหนี้ ขณะที่ปัจจัยยุโรปต้องดูว่าอิตาลีกับฝรั่งเศสมีการเลือกตั้งแล้ว ผลสรุป คือจะออกจากกลุ่มยูโรหรือไม่ ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

ครึ่งปีแรกของ 2560 มองว่าหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับขึ้นได้อยู่ เพราะนโยบายของทรัมป์ยังไม่มีความเคลื่อนไหวขัดเจนและการดำเนินตามแผนได้ทันที ขณะที่สภาพคล่องของโลกยังล้นอยู่และยุโรปยังมีการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) อยู่แต่ลดวงเงินลง เพียงแต่ว่าหุ้นไทยอาจจะไม่ได้ปรับขึ้นแรงเหมือนกันปี 2559 ที่ผ่านมา  อีกทั้งในประเทศไทยเพิ่งมีการปรับคณะรัฐมนตรี ทุกอย่างแสดงถึงความเชื่อมั่นว่าไทยจะเดินไปตามแผนที่วางไว้และมองหุ้นปีหน้าที่ 1,650 จุด

“ปริญญ์ พานิชภักดิ์” กรรมการผู้จัดการ บล.ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปี 2560 ให้น้ำหนักปัจจัยต่างประเทศ 60% และปัจจัยในประเทศ 40% ทรัมป์จะมีผลต่อการทำให้อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นเร็วหรือไม่ ซึ่งมีผลทำให้เม็ดเงินต่างชาติไหลออก ตลาดหุ้นปีหน้าจะผันผวนเหมือนกับ 2 ปีที่ผ่านมาที่ 300-400 จุด เพราะยังมีปัจจัยต่างประเทศที่ไม่แน่นอน แต่เศรษฐกิจสหรัฐจะดีซึ่งก็จะดีต่อเศรษฐกิจโลกด้วย นอกจากนั้นการเมืองในกลุ่มประเทศยุโรป ที่จะมีการเลือกตั้งทั้งอิตาลีและฝรั่งเศส

ระยะเวลาที่เหลือ 1 ปีรัฐต้องเร่งกระตุ้นให้เกิดการลงทุนอย่างเต็มที่การลงทุนปี 2560 ยังต่อเนื่องจากปลายปี 2559 ที่มีการเร่งประมูลกันอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม และรถไฟฟ้าทางคู่ 5 เส้น ขณะที่การส่งออกก็ยังไม่ดีตลอดในรอบ 3 ปี แต่ปี 2560 จะเริ่มดีขึ้น มองจีดีพีไทยปีหน้าใกล้ 4% เพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์กำลังกลับมาเห็นได้จากราคายางและน้ำตาลต่างปรับขึ้น การบริโภคภายในประเทศอาจจะไม่ได้ฟื้นมากเพราะราคาน้ำมันขึ้น

“หลังทรัมป์เข้ามารับตำแหน่งวันที่ 20 ม.ค. เป็นที่จับตาต่อผู้ลงทุนว่านโยบายแรก อาจจะออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี)  แต่ยังคงทำอย่างที่หาเสียงไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นเม็ดเงินต่างชาติยังพอไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยบ้างในไตรมาสแรก อีกทั้งปัจจุบันราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งประเภทหนักและเบาราคาต่างได้ทยอยปรับขึ้นแล้ว”

ทั้งนี้ มองปีหน้าดัชนีสิ้นปีปิดที่ 1,650 จุดและอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้น ของ บจ. เติบโต 13%

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่