
เล็งปรับไม่จำกัดหลังเอกชนเปิดคงสิทธิหมายเลขไม่ทัน
กทช.เล็งปรับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่จำกัดวงเงิน หลังไม่สามารถเปิดให้บริการคงสิทธิหมายเลขได้ทันตามกำหนดวันที่ 31 ส.ค.นี้ ชี้ต้องนำผลประโยชน์ที่ประชาชนควรจะได้รับมาคำนวณด้วย
กทช.เล็งปรับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่จำกัดวงเงิน หลังไม่สามารถเปิดให้บริการคงสิทธิหมายเลขได้ทันตามกำหนดวันที่ 31 ส.ค.นี้ ชี้ต้องนำผลประโยชน์ที่ประชาชนควรจะได้รับมาคำนวณด้วย
นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ โดยมี นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช. เป็นประธาน เพื่อรวบรวมมูลค่รความเสียหายที่จะต้องปรับเอกชนทั้ง 5 รายที่ไม่สามารถให้บริการคงสิทธิเลขหมาย หรือ นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี้ ได้ทันวันที่ 31 ส.ค. ตามที่ กทช.กำหนด
ทั้งนี้ มูลค่าที่จะเรียกปรับเอกชนนั้น เบื้องต้น ต้องปรับอย่างต่ำวันละ 2 หมื่นบาท แต่หากคณะกรรมการประเมินความเสียหายจากการที่คงสิทธิหมายเลขเปิดไม่ทัน เช่น ผลประโยชน์ของประชาชนที่ควรจะได้ใช้บริการ ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วอาจมากกว่า 2 หมื่นบาทและ กทช.ไม่ได้มีเพดานขั้นสูงสุดว่าไม่ควรเกินกี่บาท
นายสุรนันท์ กล่าวว่า การที่เอกชนอ้างว่าเสร็จไม่ทัน และต้องการให้กทช.ขยายเวลาออกไปอีกนั้นเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากบริการคงสิทธิหมายเลขใช้เวลาเตรียมการมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพิ่งเริ่มดำเนินการ และตามกำหนดเดิมบริการนี้ควรจะได้ใช้ตั้งแต่ พ.ย.ปีที่แล้ว หลังกทช.ออกประกาศเมื่อเดือน ส.ค. ซึ่งกทช.ได้ขยายเวลามาจนถึง ส.ค.ปีนี้ ดังนั้น ระยะเวลา 1 ปี ในการดำเนินการเพียงพอแล้ว
สำหรับเอกชนทั้ง 5 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค บริษัท ทรูมูฟ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ซึ่งคณะกรรมการจะใช้เวลาประเมินความเสียหาย 7 วัน ก่อนแจ้งค่าปรับไปยังเอกชน
รายงานข่าวจาก กสทฯ กสทฯ ยื่นฟ้องศาลปกครองให้คุ้มครองฉุกเฉินกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมาเพราะเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเสียค่าปรับ โดยศาลรับฟ้องแต่ไม่รับไต่สวนฉุกเฉิน เพราะเห็นว่าความเสียหายที่กสทฯ ต้องจ่ายนั้นยังไม่เกิดขึ้นจริง
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับสหภาพแรงงานวิสากิจทีโอที ยื่นฟ้องศาลปกครองกรณีประกาศกทช.ด้วยการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน พ.ศ.... ต่อศาลปกครอง เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่ให้เอกชนเป็นผู้ดูแลโครงข่ายซึ่งควรเป็นทรัพย์สินของประเทศ
นายมนต์ชัย หนูสง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารการลงทุน ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีจะเร่งหารือฝ่ายกฎหมายเพื่อศึกษาร่างกฎหมายดังกล่าวว่าผิดสัญญาสัมปทานหรือไม่ เนื่องจากร่างดังกล่าวได้กำหนดให้ผู้รับสัมปทาน นำโครงข่ายที่ถือเป็นกรรมสิทธิของทีโอทีไปแบ่งให้ผู้ชนะการประมูล 3 จีเช่าโครงสร้างพื้นฐานได้ ซึ่งตามจริงแล้วเรื่องดังกล่าวควรจะเป็นการตกลงกันของ 3 ฝ่าย คือ เจ้าของสัมปทาน ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และ ผู้เช่าใช้โครงข่ายรายใหม่
ขณะที่สภาทนายความยื่นฟ้องกทช. กรณีเปิดประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 3 จีขัดต่อกฎหมาย เพราะกทช.ไม่มีอำนาจเนื่องจากต้องรอคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.







