
อินโดฯตุนสินค้า กันขาดช่วงปีใหม่
กระทรวงการค้าอินโดนีเซียเร่งสต๊อกอาหารสำหรับช่วงเทศกาล เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ป้องกันราคาพุ่งหากขาดตลาด
กระทรวงการค้าอินโดนีเซียเร่งสต๊อกอาหารสำหรับช่วงเทศกาล เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ป้องกันราคาพุ่งหากขาดตลาด
นายเองการ์ตียัซโต ลูกีตา รมว.กระทรวงการค้าของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลได้สร้างข้อตกลงร่วมกับผู้ค้าข้าวรายใหญ่เกี่ยวกับการสั่งสต๊อกข้าวเก็บเข้าคลังของรัฐบาล (บูล็อก) 1.6 ล้านตัน เพื่อไว้รองรับความต้องการบริโภคในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ เพื่อป้องกันการขาดแคลนและปัญหาราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว คาดว่าปริมาณข้าวที่สต๊อกไว้จะพอใช้ได้ถึงเดือน พ.ค. 2560
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกสินค้าในกลุ่มอาหารรายใหญ่ในอินโดนีเซียจะต้องลงทะเบียน และรายงานความเคลื่อนไหวของสินค้าที่อยู่ในสต๊อกแก่รัฐบาลทุกเดือน เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงไม่สต๊อกสินค้าไว้รองรับปริมาณความต้องการในช่วงเทศกาลที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับการสต๊อกน้ำตาล ขณะนี้เพียงพอสำหรับความต้องการบริโภคตั้งแต่ตอนนี้ยาวถึงสิ้นปี ซึ่งรัฐบาลต้องการควบคุมราคาน้ำตาลในประเทศไม่ให้เกิน 1.25 หมื่นรูเปียห์ หรือประมาณ 92 เหรียญสหรัฐ/กิโลกรัม และจะตึงไว้จนถึงเดือน เม.ย. 2560 ส่วนเนื้อวัวขณะนี้มีปริมาณการสำรองเพียงพอแล้ว และอาจจะมากกว่าความต้องการเล็กน้อย โดยจะรักษาราคาเนื้อวัวไว้ที่ 8 หมื่นรูเปียห์/กิโลกรัม
ทั้งนี้ อินโดนีเซียก็มีความต้องการด้านอาหารเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.2% ต่อปี แต่การผลิตอาหารในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้อินโดนีเซียต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมากถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี หรือประมาณปีละ 3.1 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าในช่วงปี 2560 อินโดนีเซียจะมีการขยายตัวของยอดขายผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่เพิ่มมากขึ้นเฉลี่ย 16% ต่อปี ซึ่งมีส่วนผลักดันให้มีความต้องการอาหารแปรรูปเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกับนมผง ช็อกโกแลต ไอศกรีม เนยถั่ว คุกกี้ ซอสปรุงรส และอาหารเพื่อสุขภาพ หรืออาหาร ออร์แกนิก
อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ของไทยมองว่าการขยายตัวของตลาดอาหารในอินโดนีเซียน่าจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายการส่งออกให้เข้ามามีส่วนแบ่งในตลาด โดยเฉพาะตลาดอาหารฮาลาล เพราะปัจจุบันไทยส่งออกอาหารฮาลาลมายังอินโดนีเซียประมาณปีละ 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก







