
KCนำโฉนดที่ดิน ค้ำหนี้ตั๋วแลกเงิน
สมาคมตราสารหนี้ให้จับตาวงเงินชำระหนี้ KC รอบสอง ที่จะครบกำหนด เม.ย.ปีหน้า 220 ล้าน ล่าสุดนำโฉนดที่ดินเป็นหลักประกันหนี้ให้ บลจ.โซลาริส
สมาคมตราสารหนี้ให้จับตาวงเงินชำระหนี้ KC รอบสอง ที่จะครบกำหนด เม.ย.ปีหน้า 220 ล้าน ล่าสุดนำโฉนดที่ดินเป็นหลักประกันหนี้ให้ บลจ.โซลาริส
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า การผิดนัดชำระหนี้ตั๋วเงินระยะสั้น (บีอี) ของบริษัท เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ส่งผลให้เกิดความกังวลและต้องติดตามว่าหนี้ตั๋วบีอีของ KC อีกก้อนวงเงิน 220 ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดชำระในเดือน เม.ย. 2560 ว่าจะสามารถจัดการได้หรือไม่ หลังจากผิดนัดชำระหนี้วงเงิน 130 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องระมัดระวังในการลงทุนและต้องเลือกมากขึ้น จากก่อนหน้าดอกเบี้ยต่ำทำให้ทุกคนลงทุนโดยไม่ดูเรื่องคุณภาพ และกรณีนี้ยังโชคดีที่คนลงทุนอยู่ในกลุ่มนักลงทุนฐานะดีมีความรู้เรื่องการลงทุน ซึ่งรับความเสี่ยงได้ แต่การผิดนัดชำระหนี้ก็ไม่เป็นผลดีต่อระบบ ทำให้เกิดความตื่นกังวลทั้งที่จริงในระบบตั๋วบีอีที่เสนอขายเป็นของบริษัทและกิจการที่ดีก็มี
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้เพิ่มสัดส่วนรายได้จากการเป็นผู้ขายหุ้นกู้เอกชนและตั๋วบีอีมากขึ้น ซึ่งเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาสมาคมได้เชิญสมาคมตราสารหนี้ไทย มาให้ความรู้และมุมมองอุตสาหกรรมโดยรวมทั้งหมด เพราะปีนี้มีการออกหุ้นกู้ระยะสั้นเสนอขายสูงถึง 4 แสนล้านบาท แม้สัดส่วนอาจไม่มากเมื่อเทียบธนาคารพาณิชย์แต่โดยรวมถือว่าโตขึ้น
“เข้าใจว่าตอนนี้พยายามหามาตรการมาดูแลไม่ให้เกิดความเสี่ยงในระบบมากเกินไป โดยเฉพาะบีอีที่ออกกันมากขึ้นซึ่งการออกตราสารหนี้ระยะสั้นจริงส่วนหนึ่งช่วยตอบเสนองผู้ประกอบการแล้ว ส่วนหนึ่งถือเป็นการช่วยบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ได้เมื่อมียามจำเป็น” นางภัทธีรา กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมายังไม่มีข้อกำหนด หรือคำออกเสนอรายการ (ไฟลิ่ง) ที่เหมาะสม เพราะส่วนใหญ่ยังเป็นต่างคนต่างออกโดยจะเป็นความร่วมมือกันระหว่างทั้งสองสมาคม แต่โดยหลักเรื่องนี้เป็นแผนงานหนึ่งของสมาคมตราสารหนี้ไทยในปี 2560
นายสุพรรณ เศษธะพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) โซลาริส กล่าวว่า บริษัทได้รับโฉนดที่ดิน 2 แปลง มูลค่ารวม 635 ล้านบาท มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันจาก KC เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2559 ซึ่งมูลค่าดังกล่าวสูงกว่ามูลค่าของตั๋วบีอี ที่กองทุนภายใต้การบริหารของ บลจ.โซลาริส ถือรวมกันประมาณ 350 ล้านบาท จึงมั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนของ 5 กองทุนที่ลงทุนตั๋วดังกล่าวจะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการติดต่อขอซื้อตั๋วบีอีของ KC แต่ยังไม่ได้สรุปเช่นเดียวกับตั๋วบีอีของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) ที่ผิดชำระคืนหนี้ก่อนหน้าก็มีผู้ลงทุนขอซื้อไปแล้ว
“กองทุนเปิดโซลาริสตราสารหนี้พริวิเลจ 3 เอ็ม 4 ครบกำหนดชำระเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา วงเงิน 130 ล้านบาท คิดเป็น 6% ต่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน ส่วนอีก 4 กองทุน ได้แก่ 3 เอ็ม 5, 3 เอ็ม 3, 3 เอ็ม 1 ทยอยครบเดือน ม.ค. 2560 รวม 130 ล้านบาท และวันสุดท้ายกอง 3 เอ็ม 6 ครบวันที่ 5 เม.ย. 2560 มูลค่า 90 ล้านบาท โดยกองทุนที่เหลือมีสัดส่วนการลงทุนใน KC เพียง 1-4% ต่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ” นายสุพรรณ กล่าว







