
ดึง‘พิชิต’เร่งลงทุนคมนาคม
รัฐมนตรีใหม่เริ่มงาน คมนาคมจัดให้ “พิชิต” ดูแลการขนส่ง-ทางน้ำ นายกฯ มอบ “สุวิทย์” ผลักดันไทยแลนด์ 4.0
รัฐมนตรีใหม่เริ่มงาน คมนาคมจัดให้ “พิชิต” ดูแลการขนส่ง-ทางน้ำ นายกฯ มอบ “สุวิทย์” ผลักดันไทยแลนด์ 4.0
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดว่า ได้แบ่งงานให้นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคมคนใหม่ ไปดูแลหน่วยงานในสังกัด คือ กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท ขนส่ง (บขส.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. และการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)
นอกจากนี้ ด้านทางน้ำจะเร่งรัดให้ดูแลโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ที่จะต้องดำเนินการในปี 2560 รวมถึงการขยายขีดความสามารถของท่าเรือที่อยู่ชายฝั่งตะวันออกตามนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวเศรษฐกิจอีอีซีในด้านอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) การพัฒนาท่าอากาศยาน การพัฒนาท่าเรือ ระบบรางและการพัฒนาทางถนน นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้นายพิชิตดูในเรื่องของโปรเจกต์ไฟแนนซ์ แหล่งเงินทุนสำหรับอัดฉีดในโครงการอนาคต
“ไฮสปีดเทรนก็จะแบ่งกันดู เนื่องจากนายพิชิตดูแล รฟท. โดยให้ดูแลเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน และกรุงเทพฯ-ระยอง ส่วนตนจะดูรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย และรถไฟไทย-ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ แต่จริงๆ ก็ช่วยดูแลร่วมกัน” นายอาคม กล่าว
สำหรับโครงการที่นายพิชิตจะต้องเร่งรัด คือ ทั้ง 36 โครงการภายใต้แอกชั่นแพลน ระยะที่ 2 ในปี 2560 เพราะ 85% เป็นการลงทุนด้านระบบรางอยู่แล้ว และนายพิชิตเคยเป็นประธานบอร์ด รฟท.มาก่อน ดังนั้นจะต้องผลักดันรถไฟทางคู่ 9 โครงการ ในปี 2560 เพราะถือเป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลด้านแหล่งเงินทุนที่จะมีกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ซึ่งขณะนี้ได้หารือกับกระทรวงการคลังแล้ว เริ่มนำร่องที่โครงการของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ก่อน
ด้าน นายพิชิต กล่าวว่า จะดูเรื่องของการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามแนวโครงข่ายรถไฟที่จะมีการพัฒนาหาผลประโยชน์จากการที่ระบบรางเข้าไปในพื้นที่ เพราะทำให้พื้นที่มีมูลค่ามากขึ้นตามการขยายตัวของเมือง เพื่อสนับสนุนให้แผนฟื้นฟูกิจการของ รฟท.ดำเนินไปอย่างยั่งยืน แต่ทั้งนี้จังหวัดก็จะต้องมีการวางแผนร่วมกันเพื่อพัฒนาในเรื่องดังกล่าวด้วย
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้ดูแลหน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สภาวิจัยแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และกองทุนหมู่บ้าน
“นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้ประสานงานและผลักดันไทยแลนด์ 4.0 ให้เป็นรูปธรรม โดยการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นแผนปฏิบัติการ” นายสุวิทย์ กล่าว







