
ธุรกิจไมซ์อนาคตสดใส
“ทิก้า” เชื่อธุรกิจไมซ์รับอานิสงส์การเมืองนิ่ง ดึงต่างชาติจัดงานประชุมสัมมนา ตั้งเป้าอีก 2 ปีโต 10%
“ทิก้า” เชื่อธุรกิจไมซ์รับอานิสงส์การเมืองนิ่ง ดึงต่างชาติจัดงานประชุมสัมมนา ตั้งเป้าอีก 2 ปีโต 10%
นายสุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือทิก้า เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) ของประเทศไทย นับจากปี 2560 จะมีภาพการเติบโตที่ชัดเจนขึ้น โดยคาดว่าในปี 2561 อัตราการเติบโตจะมีมากกว่า 10% เนื่องจากประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การสถาปนารัชกาลที่ 10 การผ่านร่างรัฐธรรมนูญ และความมีเสถียรภาพทางการเมือง
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงการเดินทางลงสู่ภูมิภาคในประเทศและเพื่อนบ้านระหว่างสมาชิกชาติอาเซียน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจจองพื้นที่การจัดงานประชุม โดยเฉพาะการจัดงานไมซ์ระดับอินเตอร์ขนาดใหญ่จะเลือกใช้สถานที่ในประเทศไทยมากขึ้น เพราะมีความหลากหลายของสินค้าและบริการให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการจูงใจที่หน่วยงานภาครัฐส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง
“ในปี 2560 ไมซ์จะเติบโตเฉลี่ยที่ 5% เท่ากับปีนี้ จากเดิมตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เติบโตเฉลี่ย 3-5% เพราะปัจจัยลบทางการเมือง ทำให้ไมซ์ระดับอินเตอร์ไม่กล้าวางแผนระยะยาว ปัญหาสภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย แต่เมื่อการเมืองไทยมั่นคง แม้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่ความคุ้มค่าเงินและจุดขายเรื่องความหลากหลายทำให้ประเทศไทยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในภูมิภาคอาเซียน” นายสุเมธ กล่าว
นายสุเมธ กล่าวอีกว่า ในส่วนของภาพรวมไมซ์ในประเทศ ทิก้าต้องการให้รัฐบาลพิจารณานำการจัดไมซ์ภายในประเทศของหน่วยงานราชการรัฐ เป็นส่วนหนึ่งในการวัดดัชนีชี้วัดผลการทำงาน (เคพีไอ) โดยต้องจัดไมซ์อย่างน้อย 2-3 ครั้ง/ปี แบ่งเป็นในพื้นที่ตัวเอง 1-2 ครั้ง/ปี และข้ามภูมิภาค 1 ครั้ง/ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางจัดงานไมซ์ตามนโยบายภาครัฐอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานโยบายรัฐบาลสั่งการให้ภาครัฐจัดงานไมซ์ในประเทศรวมถึงข้ามภูมิภาคเพื่อกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนและไม่กระจุกตัวในการเดินทาง แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถดำเนินการได้เพราะหน่วยงานรัฐส่วนใหญ่วางแผนจัดไมซ์ในช่วง 1-2 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณ ทำให้ไม่เกิดการกระจายช่วงการเดินทางท่องเที่ยวอย่างแท้จริง







