
แนะลุยแปรรูปอาหาร
รัฐเร่งดันอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ชี้เวียดนาม เมียนมามาแรง ตั้งเป้า 1 ใน 10 ระดับโลกใน 10 ปี
รัฐเร่งดันอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ชี้เวียดนาม เมียนมามาแรง ตั้งเป้า 1 ใน 10 ระดับโลกใน 10 ปี
นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารในไทยควรเร่งยกระดับการแปรรูปอาหารมากกว่าการส่งออกวัตถุดิบ จากปัจจุบันมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าอาหารแปรรูปและวัตถุดิบ 50:50 ควรเพิ่มสัดส่วนการส่งออกอาหารแปรรูปเป็น 70% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าต่ำ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย มังคุด ลองกอง เป็นต้น เนื่องจากขณะนี้ไทยมีคู่แข่งสำคัญ โดยเฉพาะเวียดนามที่สามารถแปรรูปผักและผลไม้ได้ แม้มูลค่ายังต่ำกว่าไทย แต่ขยายตัวโตอย่างก้าวกระโดด และเมียนมาที่ขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน
ทั้งนี้ สถาบันอาหารได้เสนอยุทธศาสตร์สำคัญให้รัฐบาลเพื่อผลักดันให้ไทยส่งออกอาหารติด 1 ใน 5 ของโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 13 เริ่มจาก 10 ปีข้างหน้าต้องอยู่ในอันดับ 1 ใน 10 โดยการส่งออกจะขยายตัวปีละ 8%
"การสร้างความมั่นคงให้กับอาหารของไทย เริ่มจากการสร้างองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมอาหาร ต่อยอดพัฒนานวัตกรรมอาหารต่อเนื่อง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอาหารไทย ปรับทิศทางการทำธุรกิจ เน้นผลิตภัณฑ์อาหารอนาคต เช่น อาหารที่เป็นยา อาหารเพื่อสุขภาพ" นายณัฐพล กล่าว
ขณะเดียวกันต้องเร่งจัดระบบการพัฒนาปัจจัยเอื้อต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยเป็นครัวของโลก โดยสนับสนุนให้เกิดการลงทุนภาคเอกชนในการพัฒนาเวิลด์ ฟู้ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ สนับสนุนการพัฒนาเขตนิคมอุตสาหกรรมอาหารอนาคต ส่งเสริมงานนวัตกรรมของภาคเอกชน ส่งเสริมพื้นที่การให้บริการวิเคราะห์ทดสอบและการรับรองมาตรฐานของอาหารไทย โดยให้บริการเชื่อมโยงกับกลไกการคุ้มครองผู้บริโภค และสร้างอุตสาหกรรมอาหารให้มีเสถียรภาพเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก และภูมิภาค เน้นพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้แข่งขันได้
สำหรับอุตสาหกรรมอาหารในปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่า 9.72 แสนล้านบาท ขยายตัว 7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการเติบโตจากกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี มีสัดส่วนการส่งออกเป็นอันดับ 1 สัดส่วน 15.2% แทนญี่ปุ่นที่มีสัดส่วน 13.9% ส่วนปี 2560 คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมอาหารจะมีมูลค่า 1.05 ล้านล้านบาท ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8%







