posttoday
‘BRR’ได้ดีน้ำตาลขึ้น

‘BRR’ได้ดีน้ำตาลขึ้น

14 ธันวาคม 2559

เป้ารายได้ปี2560เติบโต20-30%ตามราคาขาย

เป้ารายได้ปี2560เติบโต20-30%ตามราคาขาย

BRR คุยอัตรากำไรสุทธิขึ้นแตะตัวเลข 2 หลัก หลังล็อกราคาขายล่วงหน้า 23 เซนต์/ปอนด์ สูงขึ้น 30% ตั้งเป้ารายได้โต 30%

นายอนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR) เปิดเผยว่า ในปี 2560 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 20-30% จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลที่มีสัดส่วน 80% ของรายได้รวม

ทั้งนี้ การเติบโตของรายได้ดังกล่าวสอดคล้องกับราคาน้ำตาลที่บริษัทขายล่วงหน้าไปแล้วที่ราคาเฉลี่ย 23 เซนต์/ปอนด์ สูงขึ้นจากปีก่อนเฉลี่ย 30% โดยบริษัทได้ขายน้ำตาลล่วงหน้าไปแล้วในสัดส่วน 60% ของเป้าหมายผลิตน้ำตาลและจำหน่ายปี 2560 ที่ 2.7-2.8 แสนตัน จากปีนี้ที่ประเมิน 2.3 แสนตัน หลังจากบริษัทเปิดรับหีบอ้อย เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2559 เพื่อผลิตน้ำตาลในรอบฤดูการผลิตปี 2559/2560 โดยตั้งเป้าปริมาณอ้อยเข้าหีบราว 2.3-2.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากงวดปีการผลิตรอบปีก่อน 2.06 ล้านตัน อีกทั้งราคาน้ำตาลและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในปีหน้าจะทำให้อัตรากำไรสุทธิในปี 2560 เฉลี่ยดีขึ้นเป็นเลข 2 หลัก จากช่วง 9 เดือนแรกปี 2559 อยู่ที่ 6.98%

“ราคาขายล่วงหน้าค่อนข้างพอใจในสัดส่วนการขายหลัก 70% จะส่งออกให้กับลูกค้าที่เป็นผู้ค้าน้ำตาลของโลก มองราคาน้ำตาลอยู่ในช่วงราคาขาขึ้น เพราะตอนนี้กำลังการผลิตของโลกชะงัก เพราะผลกระทบจากภูมิอากาศของประเทศหลักที่ปลูกที่มีการผลิตออกมาน้อยลง”

ทั้งนี้ แผน 5 ปีเดิมที่จะครบในปี 2561/2562 บริษัทตั้งเป้าหมายปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่มเป็น 3 ล้านตัน และวางเป้าหมายจะมีปริมาณการผลิตน้ำตาลเพิ่ม 3.51 แสนตัน โดยบริษัทคาดว่าเป้าหมายปริมาณอ้อยเข้าหีบและปริมาณน้ำตาลจะสามารถทำเร็วกว่าเป้าหมายเป็นในงวดปี 2560/2561 เนื่องจากเกษตรกรชาวนาที่มีพื้นที่เพาะปลูกบริเวณใกล้เคียงโรงงานโดนผลกระทบจากราคาข้าวที่ตกต่ำเปลี่ยนหันมาเพาะอ้อยแทน ทำให้บริษัทมีปริมาณอ้อยเข้าหีบมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปี 2560 บริษัทมีแผนลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปน้ำตาลดิบมาผลิตเป็นน้ำตาลบริสุทธิ์มูลค่าลงทุน 1,500 ล้านบาท ขนาดกำลังการผลิต 1,000 ตัน/วัน ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรที่สูงกว่ากลุ่มน้ำตาลปกติ เพราะส่วนต่างราคาขายเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 80 เหรียญสหรัฐ/ตัน โดยมีกลุ่มตลาดลูกค้ารองรับอยู่แล้ว คือ อุตสาหกรรมผลิตอาหารและยาบางประเภท

นอกจากนี้ บริษัทจะศึกษาเพื่อลงทุนโรงงานเอทานอลในปีหน้า หลังจากมีปริมาณเข้าหีบเพิ่มเป็น 3 ล้านตัน ทำให้มีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับผลิตเอทานอลโดยไม่ต้องจัดหาจากข้างหน้า ทั้งนี้เบื้องต้นจะใช้เวลา 1 ปี เพื่อประเมินวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) จึงจะมีการลงทุนโดยจะใช้งบลงทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานเอทานอล 1.2-1.5 แสนลิตร/วัน

สำหรับบริษัทมีแผนจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เดือน ม.ค. 2560 เพื่อขอตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) เบื้องต้นจะมีมูลค่ากองทุนไม่ต่ำกว่า 3,600 ล้านบาท โดยนำโรงไฟฟ้าของบริษัทที่อยู่จำนวน 2 โรง ขนาดกำลังการผลิต 19.8 เมกะวัตต์ เป็นสินทรัพย์จัดตั้งและจะเสนอขายหน่วยลงทุนในช่วงไตรมาส 2/2560 นี้ หลังจากมีปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่มเป็น 3 ล้านตันแล้ว หากรัฐบาลมีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มมีแผนจะลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มอีก 2 โรง ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์/โรง จะใช้เงินลงทุน 650 เมกะวัตต์/โรง

“หลังบริษัทลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่ม รวมถึงโรงเอทานอล น่าจะส่งผลให้รายได้จากธุรกิจอื่นมีสัดส่วนเกิน 25% จากปกติตอนนี้อยู่ที่ 20% ซึ่งส่วนนี้รายได้จะค่อนข้างนิ่ง แต่ธุรกิจหลักน้ำตาลขึ้นกับปัจจัยราคาขาย”

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่