
แอลเอชฟันด์ชูรีทเอเชีย กระแสตอบรับดีปันผลสูง
แอล เอช ฟันด์ มองแนวโน้มค่าเช่า-ราคาอสังหาฯ ในเอเชียขยับขึ้น ลุยเพิ่มทุน LHPROP-A รับนักลงทุน พร้อมเชียร์กองหุ้นญี่ปุ่น
แอล เอช ฟันด์ มองแนวโน้มค่าเช่า-ราคาอสังหาฯ ในเอเชียขยับขึ้น ลุยเพิ่มทุน LHPROP-A รับนักลงทุน พร้อมเชียร์กองหุ้นญี่ปุ่น
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHFund) เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในแถบเอเชียมากว่า 6 เดือน พบว่าอัตราค่าเช่าและราคาอสังหาริมทรัพย์ อาทิ อาคารสำนักงานและโรงแรมในญี่ปุ่น ห้างค้าปลีกในแถบที่อยู่อาศัยในประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาะฮ่องกง ยังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ลงทุนในระยะยาวและกระจายลงทุนในตราสารที่มีลักษณะคล้ายกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยผ่านกองทุนเปิด แอล เอช พร็อพเพอร์ตี พลัส A (LHPROP-A)
“รีทและกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในเอเชีย เป็นทรัพย์สินที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สม่ำเสมอประมาณ 3.5-8% ต่อปี จากข้อมูลบลูมเบิร์ก ณ 15 พ.ย. 2559” นายมนรัฐ กล่าว
นอกจากนี้ กองทุนดังกล่าวเปิดขายครั้งแรกเมื่อวันที่ 10-22 พ.ย. 2559 นักลงทุนให้การตอบรับจนต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 1,000 ล้านบาท จากทุนเดิม 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการ โดยกองทุนกำหนดสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) และป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจของ บลจ.
สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงขึ้น แนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้นได้อีกในอนาคตจากปัจจัยสนับสนุน 4 ส่วน คือ 1.สกุลเงินเยนที่จะอ่อนค่าลงอีก หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อเงินเยนอ่อนค่าลงก็จะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น
ส่วนปัจจัยที่ 2 สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ของตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ยังต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ และสัดส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (พี/บีวี) ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลก 3.กระแสลงทุนจากต่างชาติ เงินทุนจากภาคเอกชนและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่คาดว่าจะกลับเข้ามาในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น และ 4.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ปัจจุบันบริษัทมีกองทุนเปิด แอล เอช เจแปน E (LHJAP-E) ซึ่งลงทุนใน Amundi Funds Equity Japan Target เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีผลการดำเนินงานดี ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อเดือน ส.ค.จนถึงวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา LHJAP-E มีมูลค่าสินทรัพย์ 11.1714 บาท/หน่วย และจ่ายปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว 1 ครั้ง ในอัตรา 0.20 บาท/หน่วย
“เรามองตลาดหุ้นญี่ปุ่นน่าสนใจสอดคล้องกับสถาบันการเงินชั้นนำในต่างประเทศที่เริ่มปรับมุมมองที่ดีขึ้นต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยมองว่าเงินเยนน่าจะอ่อนค่าลงได้อีก หากธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ หนุนเศรษฐกิจญี่ปุ่นและมีแนวโน้มที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะออกมาตรการเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อผลดำเนินงานโดยรวมของบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่น” นายมนรัฐ กล่าว







