posttoday
กฎหมายที่นักการตลาด 4.0 ต้องรู้

กฎหมายที่นักการตลาด 4.0 ต้องรู้

08 ธันวาคม 2559

ปัจจุบันการตลาดได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากและรวดเร็ว กล่าวคือ จากเดิมเป็นระบบออฟไลน์ขายโดยเน้นหน้าร้าน เน้นตัวสินค้า เน้นการลดต้นทุน

โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์

ปัจจุบันการตลาดได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากและรวดเร็ว กล่าวคือ จากเดิมเป็นระบบออฟไลน์ขายโดยเน้นหน้าร้าน เน้นตัวสินค้า เน้นการลดต้นทุน เน้นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเน้นแบรนด์หรือตราสินค้า เปลี่ยนมาเป็นการตลาดแบบ 4.0 โดยเน้นไปที่ค้นหาความต้องการของผู้บริโภค มีความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภค อาศัยข้อมูลสำคัญจำนวนมากในโซเชียลมีเดียเป็นหลัก และสามารถทำให้ร่ำรวยชั่วข้ามคืนหรือเป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืน รวมทั้งอาจจะเสียชื่อเสียงชั่วข้ามคืน หรือติดคุกชั่วข้ามคืนในเวลาเดียวกัน

การทำการตลาดแบบ 4.0 จึงมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง แต่สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในวันนี้ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายและผู้บรรยายกฎหมาย คือความรู้ด้านกฎหมายที่นักการตลาด 4.0 ต้องรู้การทำการตลาดทางอินเทอร์เน็ต นอกจากหลักการทำการตลาดและข้อมูลพื้นฐานที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว โดยขอให้ความรู้เป็นรายประเด็นดังนี้               

1.ความรู้ด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์

ผู้ที่ใช้การตลาดทางโซเชียลมีเดีย จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะการนำข้อมูลที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการนำภาพของบุคคลอื่นมาใช้ประโยชน์ทางการค้า หรือดัดแปลงประกอบคำพูดของตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีทั้งโทษจำและโทษปรับ

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3 ข้อมูลคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และมาตรา 16

2.ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน จะต้องไม่ถูกบังคับให้ซื้อสินค้าและสินค้าที่นำมาขายต้องปลอดภัย และราคาต้องเป็นธรรม รวมทั้งต้องมีมาตรการในการชดใช้ความเสียหาย หากนักการตลาดขายสินค้าโดยหลอกลวงหรือให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือไม่มีความปลอดภัย รวมถึงการทำสัญญาที่เอารัดเอาเปรียบ ไม่มีการรับประกันคุณภาพสินค้าหรือการคืนสินค้า จะต้องรับโทษตามกฎหมาย

3.กฎหมายเกี่ยวกับการฉ้อโกงและฉ้อโกงประชาชน

หากผู้ขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตมีเจตนาตั้งแต่แรกที่จะหลอกลวงประชาชน โดยนำเรื่องโกหกหลอกลวงมานำเสนอทางโซเชียลมีเดีย เพื่อหว่านล้อมชักจูงให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือใช้บริการ หรือแสดงตนเป็น
คนอื่น เช่น การใช้ชื่อปลอม จนมีผู้หลงเชื่อโอนเงินหรือทรัพย์สินให้กับตน หรือทำให้เข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณหรือสาระสำคัญ เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอันเป็นเท็จ ก็อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มาตรา 342 และมาตรา 343 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 47  เป็นต้น

4.การรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีกระทำละเมิดทางโซเชียลมีเดีย

การโฆษณาขายสินค้าหรือบริการทางโซเชียลมีเดีย หากเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เช่น โฆษณาหลอกลวงหรือทำไม่ได้ตามที่โฆษณาไว้ เป็นเหตุให้ผู้บริโภคหลงเชื่อซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 438

5.การจัดทำนิติกรรมสัญญาเกี่ยวกับการซื้อขายหรือการให้บริการ

ผู้ขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตจะต้องมีการจัดทำสัญญาซื้อขายหรือสัญญาให้บริการให้เป็นสัญญามาตรฐาน และจะต้องตรวจสอบกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคด้วยว่ากิจการที่ทำอยู่ มีกฎหมายควบคุมสัญญาหรือไม่อย่างไรตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค มาตรา 35 ทวิ มาตรา 35 เบญจ และมาตรา 35 อัฐฎ เช่น ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ ธุรกิจการขายก๊าซหุงต้ม บัตรเครดิต และสัญญาต้องไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540  มาตรา 4 ถึงมาตรา 13 ซึ่งอาจทำให้เป็นโมฆะ หรือบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม  เป็นต้น

6.พระราชบัญญัติขายตรงและการตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545

มาตรา 5 ของพระราชบัญญัติขายตรงและการตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 3 ได้ให้ความหมายของการทำตลาด ในลักษณะการทำเสนอสินค้าถึงผู้บริโภคโดยตรง มีการสื่อสารข้อมูลเสนอขายสินค้าโดยตรงต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบธุรกิจ จะต้องไม่ชักชวนบุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่าย โดยตกลงจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการมาร่วมเครือข่ายตามมาตรา 19 และจะต้องจดทะเบียนตามมาตรา 20 หากฝ่าฝืนก็จะมีบทลงโทษตามมาตรา 47 ดังนั้นนักการตลาดจึงต้องให้ความสนใจกับกฎหมายขายตรงด้วยนะครับ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่