
หุ้นกระทิงเร่งบจ.หาทุน
ดัชนีหุ้น 900 เปิดช่อง บจ.ระดมทุน STA ขาย 280 ล้านหุ้น ก.ย. เข้าตลาดสิงคโปร์ RPC เข็นหุ้นซื้อคืน 46.70 ล้าน SAT ฮอตเพิ่มกรีนชู
ดัชนีหุ้น 900 เปิดช่อง บจ.ระดมทุน STA ขาย 280 ล้านหุ้น ก.ย. เข้าตลาดสิงคโปร์ RPC เข็นหุ้นซื้อคืน 46.70 ล้าน SAT ฮอตเพิ่มกรีนชู
นายกิติชัย สินเจริญกุล กรรมการ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติให้บริษัทเสนอขายหุ้นจำนวน 280 ล้านหุ้น ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหากพิจารณาตามขั้นตอนคาดว่าจะเสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุนต่างประเทศได้ในเดือน ก.ย.นี้
ทั้งนี้ ภาวะตลาดหุ้นไทยที่ดีขึ้นมาก ดัชนีปิดเหนือระดับ 900 จุด ได้สำเร็จก็น่าจะส่งผลดีต่อการเปิดขายหุ้นของบริษัทด้วย
“เราจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ จะต้องผ่านขั้นตอนทั้งขออนุญาตเสนอขายหุ้นจากสำนักงาน ก.ล.ต. และวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ยื่นไฟลิง หรือแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อเสนอขายหุ้นต่อตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์แล้ว ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนจะเปิดขายหุ้นเมื่อใด ต้องหารือกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส ที่ปรึกษาทางการเงิน” นายกิติชัย กล่าว
ด้านบริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ (RPC) ได้ยื่นไฟลิงเพื่อเสนอขายหุ้นส่วนที่ซื้อคืนจากตลาดหลักทรัพย์จำนวน 46.70 ล้านบาท ให้กับสถาบันและนักลงทุนทั่วไปในราคาหุ้นละ 2.55 บาท ซึ่งจะได้รับเงินทั้งสิ้น 112.7 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในปีนี้
นายวรพจน์ ฉัตรชัยกุลศิริ รองกรรมการผู้อำนวยการสายการเงินและบัญชี บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) กล่าวว่า บริษัทอาจต้องมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (กรีนชู) รองรับการขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 15 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นส่วนเงินเพิ่มทุนจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน (TSR) หลังจาก บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ปรึกษาทางการเงิน บอกว่าตอนนี้มีสถาบันการเงินแสดงความสนใจซื้อหุ้นมากกว่า 7 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าซื้อหุ้นเฉลี่ย 3-5 ล้านหุ้นต่อราย
อย่างไรก็ดี ภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ จะสำรวจความต้องการและกำหนดราคาขายหุ้นได้ (บุ๊กบิว) คาดว่าจะได้รับเงินส่วนนี้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ต้นเดือน ก.ย. ส่วนที่ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 25 ล้านหุ้น จะรับเงินจำนวน 350 ล้านบาท ภายในสิ้นเดือน ก.ย. ถึงต้นเดือน ต.ค.นี้
นายวรพจน์ กล่าวอีกว่า บริษัทจะได้รับเงินจากการเพิ่มทุนทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนหนึ่งเตรียมไว้รองรับการลงทุนทำโรงหล่อผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ สำหรับคำสั่งซื้อผลิตชิ้นส่วนคูโบต้าและรถยนต์ขนาดเล็ก (อีโคคาร์) โดยมีงบลงทุนรอบ 3 ปี (2553-2555) อยู่ที่ 3,500 ล้านบาท แต่ละปีบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานไม่รวมภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) เฉลี่ย 1,300 ล้านบาท และกระแสเงินสดหมุนเวียน 500-800 ล้านบาท
“ปีนี้บริษัทจะมียอดขายโตถึง 45% และตั้งแต่ปีหน้าจะโตเฉลี่ยปีละ 10% ได้” นายวรพจน์ กล่าว







