
แนะรายย่อยตั้งรับปี’60
แนะรายย่อยเตรียมแผนรับมือ หาตลาดใหม่ ปี 2560 หวั่นยกเลิกทีพีพีกระทบส่งออก
แนะรายย่อยเตรียมแผนรับมือ หาตลาดใหม่ ปี 2560 หวั่นยกเลิกทีพีพีกระทบส่งออก
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในช่วงปลายปี 2559 อยู่ในภาวะที่ประคองตัว ผู้ประกอบการยังไม่ลงทุนเพิ่ม ส่วนใหญ่เน้นทำตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ เนื่องจากเดิมที่คาดว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจะฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้ แต่ยังไม่ชัดเจน จึงประเมินว่าสถานการณ์โดยรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้และปรับตัวดีขึ้นในช่วงกลางปี 2560
อย่างไรก็ตาม หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมจะยกเลิกนโยบายข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อไทย เนื่องจากประเทศสหรัฐจะมุ่งสินค้าที่ผลิตในประเทศ และมีมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น ทำให้การส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐได้รับผลกระทบ และกลุ่มเอสเอ็มอีไทย โดยเฉพาะรายย่อยจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
“แม้ว่าในช่วง 1-2 ปีแรกที่สหรัฐยกเลิกนโยบายทีพีพี จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและการส่งออกของไทย แต่ในระยะยาว 3 ปีข้างหน้า เมื่อสหรัฐฟื้นเศรษฐกิจในประเทศ ก็อาจจะทำให้กำลังซื้อในประเทศปรับตัวดีขึ้น ทำให้มีความต้องการสินค้านำเข้า ก็อาจจะมีผลดีต่อการส่งออกไทยได้ แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมแผนรับมือในเศรษฐกิจและส่งออกชะลอตัวให้ได้” นายเกียรติอนันต์ กล่าว
ทั้งนี้ จากนโยบายและตลาดส่งออก รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน เอกชนไทยจะต้องเตรียมแผนรับมือ ทั้งการมุ่งเพิ่มสินค้าในกลุ่มให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง รวมทั้งต้องหาทางลดต้นทุนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง และปรับแผนการผลิตสินค้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์
รายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การส่งออกของไทยไปประเทศสหรัฐ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 ยังขยายตัว โดยสินค้าหลักในการส่งออกมากสุด จะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รองลงมา ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป







