
ธปท.เผย 3 ปัจจัยหลักฉุดเศรษฐกิจภาคเหนือแผ่ว
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือเดือนต.ค.ชะลอ กำลังซื้อประชาชนแผ่ว ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยว-ค้าชายแดนหดตัวมากกว่าคาด
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือเดือนต.ค.ชะลอ กำลังซื้อประชาชนแผ่ว ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยว-ค้าชายแดนหดตัวมากกว่าคาด
สำนักงานภาคเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงาน ภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาชะลอลงเป็นส่วนใหญ่ หลักๆมาจากการบริโภคภาคเอกชนหรือการใช้จ่ายของประชาชนแผ่วลง ติดลบที่ 1.3% มากกว่าเดือนก่อนที่ติดลบ 0.4% เห็นได้จากการใช้จ่ายในหมวดยานยนต์ หมวดสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และปริมาณการใช้น้ำมันเชื่อเพลิงลดลง แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากราคาน้ำมันที่เริ่มขยับขึ้นด้วย โดยปัจจัยที่ฉุดรั้งการใช้จ่ายมาจากกำลังซื้อที่ยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรที่ติดลบ 3.7% ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับโน้มลง อีกทั้งหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่สถาบันการเงินยังเข้มงวดในการให้สินเชื่อ
ขณะที่ ภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็ชะลอลงมากกว่าที่คาดไว้จากนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปจะเพิ่มขึ้น แต่นักท่องเที่ยวจีนที่คาดว่าจะเข้ามามากในช่วง Golden week ของเดือนต.ค.กลับลดลง โดยเฉพาะกลุ่มทัวร์ รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่เลื่อนการจัดกิจกรรมบางประเภทออกไป โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเดือนนี้ขยายตัว 10.8% ลดลงจากเดือนก่อนที่ 13% ประกอบกับการค้าขายแดนหดตัว สะท้อนจากการค้าที่ส่งไปขายต่างประเทศของภาคเหลือติดลบมากขึ้น จากติดลบ 0.6% เพิ่มเป็นติดลบ 1% โดยมีมูลค่ารวม 429 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.53 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีการเลื่อนการส่งออกน้ำตาลทรายไปสหภาพเมียนมาและจีน
อย่างไรก็ดี ธปท.ยังคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวที่มากระทบ เพราะเศรษฐกิจโดยรวมของภาคเหนือยังอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากการใช้จ่ายลงทุนภาครัฐและการผลิตในกลุ่มเครื่องดื่มและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกไปญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้น โดยการใช้จ่ายลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้น 2.1% มีส่วนสำคัญจากการเบิกจ่ายการก่อสร้างอาคารของสถาบันการศึกษาและโรงพยาบาล รวมถึงการก่อสร้างและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานระบบถนนและชลประทานของกรมทางหลวงชนบทและกรมชลประทาน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ออยู่ระหว่างเริ่มดำเนินการและคาดว่าจะทยอยเบิกจ่ายในช่วงต่อไป







