posttoday
ท่องเที่ยว...ต้องมีจุดยืน

ท่องเที่ยว...ต้องมีจุดยืน

29 พฤศจิกายน 2559

ท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

โดย...ดร.ธนิต  โสรัตน์

ท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ปีนี้คาดว่าท่องเที่ยวไทยและต่างชาติจะมีมูลค่าประมาณ 2.44 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนอยู่ในจีดีพีถึง 17% ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงร้อยละ 47.5 คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 32.5 ล้านคน โดยตัวเลขมีการขยายตัวทั้งรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ด้านท่องเที่ยวเป็นจุดแข็งของประเทศ และเป็นที่อิจฉารวมทั้งเป็นตัวอย่างของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

ทั้งนี้ รายได้จากท่องเที่ยวแทบไม่มีต้นทุน เพราะอาศัยปัจจัยด้านธรรมชาติ ทั้งภูเขาสวย ทะเลใส และแสงแดดเกือบทั้งปี อีกทั้งไทยมีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว ขณะที่ด้านอำนวยความสะดวก ทั้งโรงแรม รีสอร์ท ช็อปปิ้งมอลล์ ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุน อีกทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวในรูปของเงินทิป หรือการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ มีการกระจายสู่เศรษฐกิจฐานรากโดยตรง ทำให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์มากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งนอกจากขั้นตอนมากมายแล้วยังมีเบี้ยบ้ายรายทางทำให้เงินไปถึงมือชาวบ้านไม่เต็มร้อย

อย่างไรก็ดี ท่องเที่ยวของไทยกินบุญเก่ามานาน รัฐแทบไม่ได้ทำอะไรมากมาย แค่มีนโยบายสวยๆ หางบประมาณทำอีเวนต์-สัมมนา หรือไปดูงานต่างประเทศ ประเด็นคือหากจะให้ท่องเที่ยวขยายตัวมากกว่าที่เป็นอยู่ จะต้องมีความชัดเจนด้านนโยบายว่าจะเน้นทัวร์เชิงปริมาณวัดกันที่จำนวนนักท่องเที่ยวมากๆ หรือจะเน้นทัวร์คุณภาพ ตัวชี้วัดด้านท่องเที่ยวควรใช้มูลค่าและการเพิ่มรายได้ต่อหัว ไม่ใช่เน้นแต่ปริมาณ ซึ่งหากมีการส่งเสริมทัวร์เป้าหมายที่ดียังสามารถเพิ่มได้อีกมาก

สำหรับทัวร์จีนซึ่งปัจจุบันกลายเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 มีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ควรแยกแยะเลือกกลุ่มที่มีคุณภาพ ส่วนทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งแม้จะได้เชิงปริมาณแต่แทบไม่ได้ประโยชน์ เพราะเขาทำเป็นกระบวนการแบบกินรวบไม่เหลือให้คนไทย แถมไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่ช่วยดูแลพื้นที่ กลับทำลายแหล่งท่องเที่ยว พอเอาจริงปริมาณลดลงมากก็อย่าไปเสียดาย คนได้ประโยชน์น่ะมี แต่ไม่คุ้มกับที่เสีย

นโยบายด้านท่องเที่ยวต้องมีจุดยืน ไม่ใช่ผลุบเข้า-ผลุบออก ต้องชัดเจนว่าจะเดินไปทางไหน และอย่าลืมนำสโลแกนของท่านนายกฯ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อย่าเห็นแก่เงินเฉพาะหน้าต้องรักษาแหล่งท่องเที่ยวไว้ให้ลูกหลานได้เก็บกินในอนาคต สิ่งที่ควรจะเร่งทำคือการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวเหมือนกับที่เราไปญี่ปุ่นหรือยุโรป เขาก็มีกฎเกณฑ์มากมายห้ามนู่นห้ามนี่นักท่องเที่ยวก็ไม่ได้ลดลง

อีกทั้งต้องมีมาตรการไม่ให้นักท่องเที่ยวซึ่งแฝงมากับทัวร์เข้ามาแย่งงานคนไทย เดี๋ยวนี้นอกจากเป็นไกด์แล้ว ยังเข้ามาเป็นเจ้าของร้านอาหาร ร้านกิฟต์ช็อป ฯลฯ พวกนี้เข้ามาแล้วก็ตั้งเป็นก๊วนเป็นมาเฟีย ที่สำคัญคนไทยยอมเป็นนอมินี ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐและท้องถิ่นเห็นๆ อยู่ก็ไม่ทำอะไร เดี๋ยวนี้แม้แต่เมียนมา กัมพูชา ไม่ใช่แค่เป็นไกด์แต่เป็นเจ้าของโรงแรม เจ้าของรถ เจ้าของตลาด หรือแผงขายของ แถมจ้างคนไทยเป็นลูกจ้าง ตรงนี้มันช้ำใจจริงๆ ครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร