
กัมพูชาต้นทุนพุ่ง
เอกชนปรับแผนรับปีหน้าต้นทุนพุ่ง กัมพูชาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 153 เหรียญสหรัฐ/เดือน อสังหาริมทรัพย์ขึ้นราคา 5-10%
เอกชนปรับแผนรับปีหน้าต้นทุนพุ่ง กัมพูชาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 153 เหรียญสหรัฐ/เดือน อสังหาริมทรัพย์ขึ้นราคา 5-10%
นายจันทร์ธร สไล ประธานบริษัท 7 เอ็นจีและสกายแลนด์ ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชา เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลกัมพูชาจะปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำอยู่ที่ 153 เหรียญสหรัฐ/เดือน บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจในองค์กร เพื่อรับมือกับค่าแรงที่สูงขึ้น โดยปรับขึ้นราคาโครงการอสังหาริมทรัพย์ราว 5-10% ถือว่าเป็นอัตราไม่มากนัก และการปรับขึ้นราคาดังกล่าวยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชา ที่ปรับขึ้นราคาอสังหาริมทรัพย์เฉลี่ยที่ 5-10% ต่อเนื่องทุกปี ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายจะมีการปรับแผนธุรกิจ เพื่อรับมือกับค่าแรงที่สูงขึ้นแตกต่างกัน
น.ส.นพิษฐา ติยะพานิชกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท ไทยแฟชั่น พลาสติกอุตสาหกรรม ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้ากลุ่มไม้แขวนเสื้อและผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้ลิขสิทธิ์ (ไลเซนส์) แบรนด์ Braiform กล่าวว่า ในปี 2560 รัฐบาลประเทศกัมพูชาเตรียมประกาศใช้ค่าแรงขั้นต่ำอัตราใหม่อยู่ที่ 153 เหรียญสหรัฐ/เดือน จากปัจจุบันอยู่ที่ 138 เหรียญสหรัฐ/เดือน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมวางแผนพร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตไม้แขวนเสื้อและบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กรุงพนมเปญ กัมพูชา ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้วางแผนการผลิตสินค้า เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุน (คอสต์) การบริหารจัดการผลิตในภาพรวมให้ได้มากที่สุด เพื่อให้สามารถใช้แรงงานคนจากจำนวนที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนขยายสาย (ไลน์) การผลิตสินค้ากลุ่มใหม่ หมวดถุงพลาสติกหูหิ้วทั่วไป (ถุงกรอบแกรบ) เพื่อขยายฐานธุรกิจต่อผู้บริโภค (บีทูซี) ในกัมพูชา ที่มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ อาทิ อาหารเครื่องดื่ม สุขภาพและความงามมากขึ้น ซึ่งจะขยายมาจากรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) ที่ผลิตและทำตลาดสินค้าตรงกับกลุ่มลูกค้าธุรกิจต่างๆ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาตลาดใหม่ในภูมิภาคอาเซียนอย่างเมียนมา เพื่อขยายการส่งออกเพิ่ม ด้วยมองว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีความต้องการสินค้ากลุ่มดังกล่าวสูงเพิ่มขึ้นในอนาคตเช่นกัน จากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในเมียนมาที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง โดยบริษัทอาจใช้ฐานการผลิตสินค้าจากไทย เพื่อทำตลาดส่งออกในประเทศดังกล่าว
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สถานเอกอัครราชทูตไทย ประเทศกัมพูชา และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำของกัมพูชาในครั้งนี้จากการสอบถามนักธุรกิจไทยในกัมพูชา ต่างบอกว่าไม่ได้รับผลกระทบและสามารถรับมือกับค่าแรงที่สูงขึ้นได้อย่างดี และประเทศกัมพูชา โดยเป็นการปรับขึ้นในระดับไม่สูงมาก อีกทั้งเมื่อเทียบค่าแรงไทยกับประเทศกัมพูชาถือว่าค่าแรงไทยยังสูงกว่ามาก
ขณะเดียวกัน นักธุรกิจไทยในกัมพูชาต่างยืนยันว่ากัมพูชาเป็นฐานการผลิตสำคัญของเอกชนไทยหลายกลุ่มทั้ง อาหาร สิ่งทอ การเกษตร และรองเท้า โดยยังมั่นใจและจะลงทุนในประเทศกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศกัมพูชาเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ เนื่องจากได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากการส่งออกไปตลาดในสหภาพยุโรปและสหรัฐ







