
ออมสินจี้แบงก์ ใช้ซอฟต์โลน
ออมสินร่อนหนังสือถึง 18 แบงก์ เร่งใช้เงินกู้ซอฟต์โลน 3 หมื่นล้าน ก่อนปิดโครงการสิ้นปีนี้ ชี้ยอดให้กู้อืด
ออมสินร่อนหนังสือถึง 18 แบงก์ เร่งใช้เงินกู้ซอฟต์โลน 3 หมื่นล้าน ก่อนปิดโครงการสิ้นปีนี้ ชี้ยอดให้กู้อืด
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้ทำหนังสือถึงสถาบันการเงิน 18 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ระยะที่ 3 วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ที่จะสิ้นสุดโครงการในสิ้นปีนี้ เนื่องจากตั้งแต่เริ่มโครงการในช่วงปลายเดือน ก.ค. ถึงปัจจุบัน มียอดปล่อยกู้เพียง 3,000-4,000 ล้านบาท โดยให้สถาบันการเงินแจ้งลูกค้าว่า นอกจากจะใช้เงินกู้ดังกล่าวไปซื้อเครื่องจักรเพื่อปรับปรุงคุณภาพการผลิตแล้ว ยังได้สิทธิขอลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าอีกด้วย
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์การใช้เงินซอฟต์โลนระยะที่ 3 ครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำไปใช้ลงทุน หรือต่อเติมเปลี่ยนแปลงให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับกิจการมีศักยภาพดีขึ้น และต้องเป็นทรัพย์สินประเภทเครื่องจักร ส่วนประกอบอุปกรณ์ เครื่องมือ หรืออาคารถาวรเพื่อใช้เป็นที่ตั้งเครื่องจักร โดยไม่รวมที่ดินและอาคารที่ใช้เป็นที่อาศัย ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0.1% ให้สถาบันการเงิน 18 แห่ง เพื่อไปปล่อยกู้ต่อให้ผู้ประกอบการในอัตราดอกเบี้ย 4% ระยะเวลา 7 ปี ตั้งเป้าหมายช่วยเอสเอ็มอีได้ 2,000 ราย
อย่างไรก็ดี หากมาตรการดังกล่าวสิ้นสุดโครงการในสิ้นปีนี้ คงไม่มีการต่ออายุหรือขยายเวลาออกไปอีก เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามมติ ครม. หากจะขยายเวลาต้องให้ ครม.เป็นผู้พิจารณาและสั่งให้ดำเนินการ
“ซอฟต์โลนระยะที่ 3 เป็นสินเชื่อระยะยาวเพื่อการลงทุน หรือการต่อเติมเปลี่ยนแปลง หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ จึงทำให้มีเอสเอ็มอีเข้าหลักเกณฑ์น้อย เพราะคนที่จะกู้ได้คือผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเครื่องจักร หรือซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจริงๆ ไม่ใช่การปล่อยกู้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนเหมือนครั้งแรก” นายชาติชาย กล่าว
สำหรับผลการดำเนินโครงการซอฟต์โลนระยะที่ 1 รอบแรกเมื่อปี 2558 มีวงเงิน 1 แสนล้านบาท ปล่อยกู้ต่อรายสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่ยอดเฉลี่ยปล่อยกู้ต่อรายจริงอยู่ที่ 8.5 ล้านบาท ทำให้โครงการซอฟต์โลนระยะที่ 2 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เมื่อต้นปี 2559 จึงได้ลดวงเงินปล่อยกู้ต่อรายสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่ยอดเฉลี่ยปล่อยกู้ต่อรายจริงอยู่ที่5.2 ล้านบาท







