
กลยุทธ์ดีที่สุดในการชี้แจงข้อมูล คือการฟัง...ด้วยใจ
โดย...สรุพล โอภาสเสถียร
โดย...สรุพล โอภาสเสถียร
สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เครดิตบูโรได้รับการกล่าวขานถึง ด้วยเหตุที่ว่าปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่า วิทยากรบรรยายในที่สาธารณะท่านหนึ่งยื่นเอกสารต่อฝ่ายกงสุลประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อขอวีซ่าเข้าสหรัฐในการไปทำงานตามคำเชิญของคนไทยในต่างแดนแล้วพบว่า ไม่ผ่านการพิจารณาด้วยเหตุที่คิดไปด้วยตนเองว่า หลักฐานทางการเงินอาจไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เพียงพอ (จุดนี้สำคัญมากเพราะเป็นจุดเริ่มของเรื่อง) เนื่องจากไม่ได้ทำงานประจำ นอกจากนี้ เพิ่งทราบว่ามีชื่อติดเครดิตบูโร (จุดนี้คือจุดที่มาเกาะเกี่ยวกับที่ทำงานของผู้เขียน) จากการที่ไปร่วมกับเพื่อนซื้ออาคารและถอนตัวออกมาคนที่รับช่วงอาจมีปัญหาในการผ่อน จึงทำให้ติดเครดิตบูโรและมีชื่อไปเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐไม่อนุมัติวีซ่า เนื่องจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์
เมื่อแรกที่ผู้เขียนได้รับทราบเรื่องก็ตกใจ และคิดว่าเดี๋ยวต้องรีบชี้แจงหรือตอบโต้ออกไป แต่ลูกสาวที่เป็นผู้นำข่าวมาแจ้งได้ให้สติว่า ผู้ใหญ่สมัยนี้...ทำไมไม่ฟังความให้ครบเสียก่อน
ฟังก่อนสิว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร
ฟังก่อนสิว่าที่เขาพูดออกมานั้นสื่อถึงใคร
ฟังก่อนสิว่าเขาพูดออกมาทำไม
ฟังก่อนสิว่าเขาพูดออกมาอย่างไร ใช้วิธีไหน
ฟังก่อนสิว่าสิ่งที่เขาพูดถูกต้องหรือไม่
ฟังก่อนสิว่าเขาต้องการอะไร จึงพูดออกมาเช่นนั้น จากนั้นก็คิดสิว่า เราควรจะบอกอะไร บอกตรงไหน บอกกับใคร บอกกันอย่างไร จึงเหมาะ จึงควรแก่เหตุ และท้ายสุด ถ้ามีผลสะท้อนในทางลบกลับมาอีกจะทำอย่างไร อันนี้คือแผนสอง
เมื่อเราใช้ใจฟัง ใช้สติฟัง เก็บปากให้สนิท ไม่ใช้อารมณ์ ไม่เอาความรู้สึกที่ไม่พอใจ เราก็จะเห็นมุมที่ควรจะปรับปรุง ให้มันเป็นไปอย่างที่เหมาะที่ควร “เพราะสิ่งใดที่เกิดขึ้น สิ่งนั้นย่อมมีเหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิด” ดังคำโบราณที่พูดกันมาอยู่เสมอว่า สติมาปัญญาก็เกิด สติเตลิดก็เกิดปัญหา
ผู้เขียนจึงดำเนินการอย่างนี้
1.ไม่มีการระบุชื่อใครว่าทำอะไร อันนี้จะลดการเผชิญหน้า ลดการยั่วยุจากกองเชียร์
2.บอกความจริง ความจริง และความจริง ในจุดที่คลาดเคลื่อนไปจากความจริงเท่านั้น
3.จุดที่ไม่เกี่ยวกับการงานของผู้เขียนจะไม่มีการแตะต้อง เพราะเราไม่มีทางรู้ดีกว่าเขา เช่น ท่านวิทยากรไปยื่นเอกสารอะไรบ้าง
4.มุ่งไปที่การชี้แจงผู้ที่ติดตามข่าวสาร (Follow) ไม่มุ่งไปที่ชี้แจงคนที่พูดหรือทีมงานของคนพูด
5.ใช้ภาษาที่ชาวบ้าน ผู้คนอ่านแล้วเข้าใจง่าย เอาข้อความที่จะสื่อไปทดสอบกับคนในสังคมออนไลน์ว่าอ่านแล้วเข้าใจในสิ่งที่เราอยากจะบอกหรือไม่ ปรับแต่งแล้ว จึงขอความร่วมมือสื่อต่างๆ เพื่อส่งออกไป
ข้อความหลักที่สำคัญสุดคือการอธิบายความเข้าใจว่า “ติดเครดิตบูโร” เป็นวลีที่ไม่มีความหมาย ไม่มีอยู่จริง เป็นคำกล่าวที่ออกมาจากความรู้สึก ไม่ใช่ความรู้จริง สิ่งที่เราสื่อมีดังนี้ครับ “เครดิตบูโรมีหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเครดิต ซึ่งมีทั้งประวัติการชำระหนี้ที่ดีและไม่ดี ตามที่สถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกส่งให้เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) หรือติดเครดิตบูโร อย่างที่เข้าใจผิดกัน ในเครดิตบูโรไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า Blacklist แต่อย่างใดทั้งสิ้น จริงๆ แล้ว Blacklist หรือติดเครดิตบูโร คือความรู้สึกของตัวเราเองกับสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่เป็นผลร้าย สิ่งที่เป็นผลเสียต่อตัวเรา ตัวเราเองไม่อยากให้ใครเขารู้-เขาเห็น ยิ่งเป็นคนที่เรากำลังพิจารณาเรื่องของเรา คนที่กำลังพิจารณาว่าจะให้-ไม่ให้อะไรที่เราขอ คนที่กำลังพิจารณาให้คุณ-ให้โทษกับเรา สิ่งที่เป็นผลเสียนี้อาจเป็นสิ่งที่เราทำเองในอดีตจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม เช่น อยากได้เลยไปกู้มาซื้อต่อมาจ่ายเงินตามสัญญาไม่ได้เลยเกิดประวัติการค้างชำระ หรือเป็นสิ่งที่คนอื่น เช่น ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง มาทำให้เกิดในประวัติของเรา เช่น ใช้ชื่อเราไปกู้ หรือขอเราไปกู้ร่วมแล้วไม่จ่าย หวยเลยมาออกที่เรา งานเข้าที่เรา เป็นต้น หรือตัวอย่างง่ายๆ เราเคยเล่นมาก กิจกรรมเยอะตอนเรียนเลย ทำให้บางวิชาในเทอมนั้นได้เกรด D ทั้งที่เรียนดี ได้เกรด A มาโดยตลอด เวลาจะไปสมัครงานก็กังวล ก็กลัวคนสัมภาษณ์จะมาเห็น-มาถาม ไอ้ตัว D ว่าท่านได้แต่ใดมา เป็นต้น ความรู้สึกหงุดหงิด โกรธ กังวล ไม่ชอบกับสิ่งนี้คืออารมณ์ คำถามที่สำคัญที่เรา ตัวของเราต้องตอบให้ได้ก็คือ “ใครเป็นคนทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่อาจเป็นผลร้าย สิ่งที่อาจเป็นผลเสียต่อตัวเรา ต่อประวัติของเรา” พูดง่ายๆ ใครเป็นคนทำให้เรามีประวัติไม่ค่อยดีในสมุดพกพฤติกรรมของตัวเรา หรือทำให้สมุดพกทางการเงินเราไม่สวยงาม
กรณีดังกล่างถือเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ที่มีความประสงค์จะทำธุรกิจหรือจำเป็นต้องมีการกู้ร่วมกับบุคคลอื่น ซึ่งวินัยทางการเงินของเรานั้น ไปขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการชำระหนี้ของอีกคนหนึ่ง...
ตบท้ายของการชี้แจงก็คือบอกช่องทางให้ข้อมูลเพิ่มว่า หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครดิตบูโร สามารถสอบถาม หรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับข้อมูลประวัติสินเชื่อผ่าน Call Center 02-643-1250 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.30 น. หรืออีเมล [email protected] หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.ncb.co.th
“ใช้ใจฟัง ใช้สติฟัง” เพราะการฟังคือกลยุทธ์ในการสื่อสารที่ดีที่สุดจะหาอะไรมาเปรียบเทียบได้ยากครับ และตัวผู้เขียนได้รู้ซึ้งถึงกลยุทธ์จากการบอกของเด็ก Gen Y จึงอยากให้ผู้ใหญ่ทุกๆ ท่านก่อนจะเขียน ก่อนจะแชร์ ก่อนจะตอบโต้ ชี้แจงอะไร โปรดใช้ใจที่เมตตาใคร่ครวญก่อนนะครับ







