
เข้าถึงคนซื้อบ้านใน 10 นาที ด้วย...Online Marketing
ก่อนเริ่มบทความขอทำความเข้าใจก่อนว่า Online กับ Offline Marketing ต่างกันอย่างไร
ก่อนเริ่มบทความขอทำความเข้าใจก่อนว่า Online กับ Offline Marketing ต่างกันอย่างไร
สิ่งที่ Online ต่างจาก Offline คือ a) ราคาค่อนข้างประหยัดกว่า จ่ายเมื่อโฆษณาถูกคลิกเท่านั้น [CPC] b) กำหนดงบประมาณต่อวันได้และไม่มีขั้นต่ำ ไม่ต้องผลิตสื่อเป็นชิ้นงาน หรือติดตั้งแล้วถูกเก็บ c) เข้าถึงคนที่มีศักยภาพได้ตามที่เราต้องการ ตามเพศ อายุ ไลฟ์สไตล์ ทำให้ได้ความแม่นยำ d) มีเครื่องมือวัดผลประสิทธิภาพของโฆษณาที่ใช้งานง่าย
e) สามารถปรับเปลี่ยนโฆษณาได้ตลอดเวลา
ทราบจุดที่ต่างกันแล้ว ก็มาเริ่มต้นกันการทำโฆษณาเลยครับ เริ่มจาก
นาทีที่ 0-2 หาจุดขายโครงการก่อน แต่ละโครงการย่อมมีจุดขาย จุดเด่นที่แตกต่างกัน หรืออาจเป็นโปรโมชั่นที่เหนือกว่าคู่แข่งก็ได้ เช่น บ้านใหญ่ 5 ห้องนอน พื้นที่มากกว่าบ้านเดี่ยว บ้านหายใจได้ อยู่ติดรถไฟฟ้า ทุกจุดขายจะทำเป็นเนื้อหาเพื่อดึงความสนใจให้คนซื้อบ้านได้
นาทีที่ 2-4 รู้จักกลุ่มเป้าหมายคนซื้อบ้าน กลุ่มเป้าหมายของโครงการควรหาให้เจอว่าเขา เป็นใคร อยู่พื้นที่ไหน เพศชายหรือหญิง อายุ สิ่งที่เขาสนใจ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต โซเชียลเน็ตเวิร์ก อะไรที่กลุ่มเป้าหมายใช้ เว็บไซต์ อะไรที่ต้องดูก่อนซื้อบ้าน วิดีโอคลิป อะไรที่เขาสนใจ ซึ่งจะนำไปสู่เครื่องมือที่จะทำโฆษณาไปที่กลุ่มเป้าหมาย
นาทีที่ 4-8 เลือกใช้เครื่องมือที่ให้ผลทันที ยิ่งใช้เครื่องมือเยอะการทำการตลาดก็ยิ่งเป็นที่รับรู้ในวงกว้างและรวดเร็ว แต่พฤติกรรมคนซื้อบ้านเปลี่ยน ปัจจุบันจะซื้อบ้านนึกไม่ออกถามกูเกิล ดีไม่ดีขอฟังคนอื่นวิจารณ์ก่อน (รีวิว ในพันธุ์ทิพย์ คลิปวิดีโอ ฯลฯ) ดังนั้นการจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนซื้อบ้านได้ก็ไม่ใช่เรื่องยากถ้าเรารู้พฤติกรรมเขา โดยใช้ Google AdWords เพื่อทำให้คนที่ต้องการซื้อบ้านเสิร์ชแล้วเจอโครงการเราก่อน การใช้ Facebook Ads เพื่อให้เห็นโปรโมชั่นที่ดึงดูดหรือสร้างการมีส่วนร่วมตอนโครงการจัดกิจกรรม การใช้ YouTube Ads เพื่อเล่าเรื่องราวบ้านและโครงการให้ชัดเจนที่สุด หรือใช้อินสตาแกรมจับคนดังมาคู่กับบ้านแบบเนียนๆ
นาทีที่ 8-10 ติดตาม วัดผล และกระตุ้น ความสามารถในการวัดผลคือข้อดีสำหรับสื่อโฆษณา Online ทำให้ผู้ลงโฆษณารู้ว่า สื่อแสดงผลกี่ครั้ง มีผู้สนใจกี่คน เป็นกลุ่มคนประเภทไหน พบสื่อเราทางไหน พีซี แท็บเล็ต หรือโมบาย และโปรโมชั่นไหนที่ออกไปแล้วคนสนใจมากที่สุด ทำให้เราสามารถปรับปรุงโฆษณาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเสียค่าใช้จ่ายที่ต่ำสุดได้ และสุดท้ายถ้าคนที่เข้ามาเยี่ยมชมโครงการแล้วยังไม่ตัดสินใจ ยังมีกระบวนการ Remarketing เพื่อส่งโฆษณาไปเพื่อกระตุ้นความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมโครงการอีกครั้งได้ด้วย







