
รักจริงหวังแต่ง ต้องวางแผนเผื่อหย่า (2)
โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP
โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP
ครั้งที่แล้ว เราคุยกันว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญนอกจากแยกทรัพย์สินให้ชัดว่าอันไหนเป็นสินส่วนตัว อันไหนเป็นสินสมรสแล้ว เราก็อย่าลืมแยกหนี้ด้วย คุยกันให้ชัดก่อนแต่ง หนี้ติดตัวของแต่ละคนจะทำอย่างไร จะเข้ากองกลางหรือไม่ หรือจะให้ต่างคนต่างรับผิดชอบหนี้ของตนเอง อย่าประมาทเรื่องนี้ เพราะเป็นสาเหตุของการหย่าร้างมามากแล้ว ครั้งนี้เรามาคุยกันเรื่องหนี้ว่าจะบริหารหนี้กันอย่างไรดีครับ
หนี้สินเดิมๆ ที่มีมาก่อนจดทะเบียนสมรสจะยังคงเป็นหนี้ส่วนตัวของใครของมัน ใครก่อหนี้ไว้คนนั้นต้องรับผิดชอบเอง ดังนั้นสบายใจได้นะครับ ถ้าเผลอไปรู้ทีหลังจากจดทะเบียนสมรสไปแล้วว่า แฟนเราไม่ได้มาแต่ตัวดันพกหนี้มาด้วย แต่ก็ใช่จะวางใจได้ทีเดียวครับ เพราะหากทรัพย์สินส่วนตัวมีไม่พอสำหรับการชดใช้หนี้ เจ้าหนี้ก็จะสามารถมายึดสินสมรสได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ยึดได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของสินสมรสครับ
อย่างไรก็ตาม มีหนี้บางประเภทที่กฎหมายกำหนดว่าเป็นหนี้ร่วมหรือหนี้ที่คู่สมรสต้องจัดการสินสมรสด้วยกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งตามมาตรา 1476 เช่น
การซื้อขายหรือจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน ฯลฯ
การนำสินทรัพย์ไปค้ำประกัน
สิทธิในการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด ฯลฯ ใครจะให้คนอื่นมาอยู่ก็ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อนครับ
การให้คนอื่นเช่าบ้านตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
ไม่ใช่แค่การเป็นหนี้ การให้กู้ยืมเงิน พูดง่ายๆ คือ เป็นเจ้าหนี้ จะให้ใครยืมเงินก็ต้องให้คู่สมรสยินยอม
การให้โดยเสน่หา รักใครชอบใคร จะให้เงินใคร อย่าคิดว่าเป็นเงินเราจะให้ใครก็ได้ ถ้าเป็นการให้ที่เกินฐานะก็ต้องให้คู่สมรสรับรู้ด้วยนะ แต่ถ้าจำนวนที่ให้ไม่มาก ก็ไม่ต้องให้คู่สมรสยินยอม แต่เพื่อความปลอดภัยของชีวิต ให้คู่สมรสยินยอมก็ดีกว่านะ...ปลอดภัยไว้ก่อน
ไม่ใช่แค่การเป็นหนี้ การจะประนีประนอมยอมความกับใครก็ต้องให้คู่สมรสยินยอมเหมือนกัน
หนี้พวกนี้กฎหมายไม่ให้ไปแอบทำคนเดียวนะครับ ต้องให้คู่สมรสอีกฝ่ายยินยอมด้วย ไม่ใช่แค่นี้ยังมีหนี้อีกประเภทหนึ่งที่กฎหมายถือเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างสามีและภรรยา แม้ว่าจะมีชื่อคู่สมรสเพียงฝ่ายเดียวในการก่อภาระหนี้มี 4 กรณี ดังนี้
1.หนี้ที่เกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือน การจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว หนี้เหล่านี้จะต้องมีจำนวนพอสมควรตามอัตภาพ หมายความว่าหากมีมากเกินไป จะไม่ถือเป็นหนี้ร่วมแต่จะกลายเป็นหนี้ส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายที่ก่อหนี้นั้น
2.หนี้ที่เกี่ยวกับการสมรส เช่น การกู้ยืมเงินมาซ่อมบ้านที่เป็นสินสมรส สมมติสามีกู้เงินธนาคารมาซ่อมบ้าน แต่ตอนหลังเบี้ยวหนี้ ธนาคารสามารถมายึดบ้านที่เป็นสินสมรสได้ แม้ว่าภรรยาจะอ้างว่าไม่รู้เรื่องก็ตาม แต่ถ้าเป็นกรณีสามีแอบไปกู้เงินซื้อคอนโดให้กิ๊กอยู่โดยที่ภรรยาไม่รู้เรื่อง กรณีนี้ถือเป็นหนี้ส่วนตัวไม่ถือเป็นหนี้ร่วม ภรรยาไม่ต้องรับผิดชอบ แต่อย่างว่าแหละครับ หากสินส่วนตัวของสามีไม่พอชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็จะสามารถมายึดสินสมรสได้ แต่ยึดได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของสินสมรสครับ
3.หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานที่สามีและภรรยาทำด้วยกัน เช่น เปิดร้านขายของด้วยกัน
4.หนี้ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อตนเอง โดยอีกฝ่ายรับรู้หนี้ที่เกิดขึ้นด้วย ตัวอย่างที่เห็นง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้เวลาจะทำสัญญาเงินกู้อะไร ผู้ให้กู้อย่างเช่นพวกสถาบันการเงินจะให้คู่สมรสเซ็นยินยอมด้วยเสมอ
สรุปง่ายๆ ถ้ารักใครชอบใคร ดูให้ดีมีหนี้เยอะเปล่า ถ้ามีหนี้ติดตัวมาเยอะ หรือมีนิสัยชอบก่อหนี้ ก่อนจะจดทะเบียนก็คิดให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนครับ
ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจ ขอเชิญไปกด Like ได้ที่เพจในเฟซบุ๊กชื่อ Sathit CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ ขอบคุณครับ







