
งานภาครัฐหนุนบจ.โต
งานภาครัฐหนุน บจ.โตยาว ASEFA คาดปี 2560 เพิ่มสัดส่วนมากกว่า 30% SUPER ฟื้นตัวแรง
งานภาครัฐหนุน บจ.โตยาว ASEFA คาดปี 2560 เพิ่มสัดส่วนมากกว่า 30% SUPER ฟื้นตัวแรง
นายไพบูลย์ อังคณากรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาซีฟา (ASEFA) เปิดเผยว่า ปี 2560 คาดว่าสัดส่วนรายได้จากโครงการภาครัฐจะเพิ่มเป็นมากกว่า 30% จากเฉลี่ยที่ 30% หลังเริ่มเห็นสัญญาณนโยบายภาครัฐที่จะมีงานประมูลทั้งงานของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่มีนโยบายภายใน 5 ปี มีโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินรวมกันกว่า 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น กฟน. 4 หมื่นล้านบาท และ กฟภ. 6 หมื่นล้านบาท ซึ่ง ASEFA เพิ่งประมูลได้มาที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และสุโขทัย
ขณะที่ปีหน้าบริษัทยังคงตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% จากงานประมูลภาครัฐที่จะมีการประมูลหลายโครงการทั้งของการไฟฟ้า โครงการลงทุนรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่เริ่มมีการประมูลและจะเริ่มก่อสร้าง และการขยายผลิตภัณฑ์พลังงานไฟฟ้าที่เชี่ยวชาญให้หลากหลาย ทั้งกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมเพื่อการสื่อสาร การทำศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงเพิ่มงานบริการให้มากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จาก 3 กลุ่มหลัก คือ สินค้าที่ผลิตเอง 70% งานบริการ 10% และซื้อมาขายไป 10%
บริษัทยังคงเน้นควบคุมต้นทุนคงที่ให้มากที่สุด แล้วพยายามประมูลงานเพื่อให้ได้ปริมาณงาน สะสมงานในมือ (แบ็กล็อก) ให้มากที่สุด เพื่อจะได้ซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าให้สอดคล้องกับงานที่รับมา ทั้งนี้จะดันอัตรากำไรสุทธิ สิ้นปีนี้น่าจะทำได้ 10% เทียบจากงบ 9 เดือน ที่ 9.9% จากปีก่อนอยู่ที่ 6-7%
ปัจจุบันมีแบ็กล็อกทั้งหมด 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นรับรู้ภายในปีนี้ 700-800 ล้านบาท ส่วนที่เหลือปีหน้า ขณะที่ยังอยู่ระหว่างรองานประมูลอีก 2,000-3,000 ล้านบาท ด้านการขยายงานไปต่างประเทศอยู่ระหว่างศึกษาการสร้างโรงงานผลิตร่วมกับพันธมิตรในประเทศเมียนมา ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปการศึกษาภายในปี 2561
สำหรับปีนี้ยังคงเป้าการเติบโตที่ 15% จากปีก่อนทำได้ 2,563 ล้านบาท แม้ 9 เดือนแรกปีนี้การเติบโตจะทำได้ประมาณ 10% เนื่องจากมีลูกค้า 2-3 ราย ที่มีมูลค่างานรวมกันกว่า 100 ล้านบาท เลื่อนการส่งมอบงานออกไปก่อน ขณะที่กำไรสุทธิงวด 9 เดือน อยู่ที่ 201 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43%
นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) กล่าวว่า ไตรมาส 3 บริษัทกลับมามีกำไรสุทธิ 203 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุน 128 ล้านบาท ส่งผลให้ 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 281 ล้านบาท จากขาดทุนถึง 35 ล้านบาท เนื่องจากควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี อีกทั้งยังมีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 675 เมกะวัตต์ จากที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) อยู่ที่ 770 เมกะวัตต์
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) งวด9 เดือน มีกำไรสุทธิ 2,421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน







