
เล็งขยับภาษีแอลพีจีขนส่ง
กรมธุรกิจพลังงานดันเก็บภาษีแอลพีจีภาคขนส่ง รอผลศึกษาเสร็จ ปี 2560 หวังสร้างความเป็นธรรมกับผู้ใช้รถยนต์
กรมธุรกิจพลังงานดันเก็บภาษีแอลพีจีภาคขนส่ง รอผลศึกษาเสร็จ ปี 2560 หวังสร้างความเป็นธรรมกับผู้ใช้รถยนต์
นายขจรชัย ผดุงศุภไลย รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมธุรกิจพลังงานยังมีแผนที่จะจัดเก็บอัตราภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่ง โดยคาดว่าต้นปี 2560 จะมีข้อสรุปชัดเจนถึงแนวทางการจัดเก็บภาษีจะเป็นลักษณะใดเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันของผู้ใช้รถยนต์ จากปัจจุบันภาษีน้ำมันมีการจ่ายอยู่ที่ 5-6 บาท/ลิตร แต่แอลพีจีเก็บภาษีอัตรา 1 บาท/ลิตรเท่านั้น ขณะที่กรมสรรพสามิตระบุว่าไม่สามารถจัดเก็บภาษีที่หัวจ่ายแอลพีจีได้ จะต้องจัดเก็บที่คลังแอลพีจี โรงกลั่นน้ำมัน และโรงแยกก๊าซธรรมชาติเท่านั้น เพราะจะทำให้กระทบกับผู้ใช้แอลพีจีประเภทอื่นด้วย โดยเฉพาะภาคครัวเรือนไปด้วย
ทั้งนี้ จะพิจารณาว่าควรดำเนินการอย่างไรได้บ้างในเรื่องภาษีแอลพีจีขนส่ง ซึ่งหากปีหน้ามีการจัดเก็บภาษีได้ คาดว่ายอดใช้แอลพีจีจะปรับลดลงอีก เพราะประเมินจากภาพรวมการใช้แอลพีจีในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) พบว่าปรับตัวลดลง และถ้าจะเก็บภาษีเพิ่มก็ยังคาดว่าปีหน้าการใช้แอลพีจีจะลดลง เนื่องจากทิศทางราคาน้ำมันดิบปีหน้ายังทรงตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 45-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่ปรับขึ้นมา 20 สต./ลิตร อาจมีผลทางจิตวิทยาทำให้คนประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นชั่วคราวเท่านั้น
นายขจรชัย กล่าวว่า สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในช่วง 10 เดือนของปี 2559 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในกลุ่มเบนซินและดีเซลขยายตัว ส่วนแอลพีจีและก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) การใช้ลดลง โดยในกลุ่มน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 10.41% เฉลี่ยอยู่ที่ 28.78 ล้านลิตร/วัน เป็นการขยายตัวในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์อี20 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากราคาขายปลีกน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปรับตัวลดลงเฉลี่ย 3-5 บาท/ลิตร ส่งผลให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น
ด้านการใช้น้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น 3.69% เฉลี่ยอยู่ที่ 60.01 ล้านลิตร/วัน เนื่องจากราคาขายปลีกน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปรับตัวลดลง 2.08 บาท/ลิตร ประกอบกับปริมาณรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงมีปริมาณเพิ่มขึ้น 4.46% ส่วนยอดใช้แอลพีจีอยู่ที่ 16.32 ล้าน กก./วัน
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซล (บี100) ในดีเซลจาก 3% เป็น 5% หรือจาก บี3 เป็นไม่ต่ำกว่า บี5 มีผลบังคับใช้วันที่ 25 พ.ย. 2559 เป็นต้นไป เนื่องจากสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2.8-3 แสนตัน มีพอใช้ในภาคพลังงาน







