
ธุรกิจนี้...เพื่อสังคม
โดย...อธิกร ศรียาสวิน
โดย...อธิกร ศรียาสวิน
ต้องยอมรับเลยว่า กระแสของการก่อตั้งธุรกิจเพื่อสังคมนั้น กำลังมาแรงมากๆ ด้วยเพราะความเชื่อของคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นเป็นผู้เจ้าของธุรกิจ ต่างล้วนตระหนักว่า การทำธุรกิจที่ดีนั้นมันต้องเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการให้ด้วยธุรกิจแรกที่จะเล่าถึงนี้เป็น ร้านพิซซ่าเพื่อสังคม แห่งเมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐ ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ชื่อว่า Rosa’s Fresh Pizza เรื่องราวเริ่มต้นจากชายหนุ่มอายุ 27 ชื่อ เมสัน วาร์ทแมน ซึ่งเคยเป็น Stock Researcher ในตลาดหุ้นวอลสตรีท จนมาในวันหนึ่ง เขาก็ลาออกแล้วเดินทางกลับบ้าน พร้อมความคิดแนว Social Enterprise ในใจ
ร้านพิซซ่าเพื่อสังคมของเขาเริ่มต้นง่ายๆ บนแนวคิดที่ว่า...
“เมื่อคุณซื้อพิซซ่าที่ร้านนี้ คุณสามารถส่งต่อพิซซ่าให้ผู้ยากไร้ได้”
ง่ายๆ ด้วยการซื้อโพสต์อิท ราคา 1 เหรียญสหรัฐ แล้วเขียนข้อความเพื่อส่งต่อมอบพิซซ่าให้กับคนยากไร้ยากจน คนจรจัด ให้ได้อิ่มท้อง เพื่อรอเวลาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวันใหม่
ถ้าคนยากไร้ผ่านมาพร้อมกับความหิวโหย ก็สามารถมาหยิบโพสต์อิท ไปแลกพิซซ่าได้ทันที
เมสัน มุ่งมั่นทำกิจการนี้จนกระทั่งมันกลายเป็นความจริง...
เวลานี้ร้านของเขาแจกพิซซ่าให้กับผู้ยากไร้ทุกวัน วันละกว่า40 คน และใช้เวลาเพียงแค่ 10 เดือน Rosa’s Fresh Pizza แจกพิซซ่าไปแล้วมากกว่า 9,000 ชิ้น
มาถึงวันนี้ เมสันได้ริเริ่มโครงการผลิตของที่ระลึกเพื่อจำหน่ายและการร่วมบริจาคพิซซ่าให้กับผู้ยากไร้ในช่องทางอื่นๆ ผ่านทางเว็บไซต์ www.rosasfreshpizza.com ได้อีกทางหนึ่งด้วย
ข้ามจากสหรัฐมาที่บังกลาเทศ
นี่เป็นเรื่องราวของ ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส นักคิด นักพัฒนา นักเศรษฐศาสตร์ ชื่อดังผู้ริเริ่มและเป็นผู้ก่อตั้ง ธนาคารกรามีน และได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปี 2006 ในเรื่องการพัฒนาแนวคิด “ไมโครเครดิต” รวมทั้งความพยายามในการสร้างพัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจจากรากหญ้า บนความเชื่อที่ว่า...
“คนจนทุกคนมีความสามารถที่จะหลุดพ้นจากความยากจนได้ หากเพียงได้รับโอกาส”
ธนาคารกรามีนแห่งนี้ ดำเนินการด้วยการเป็นธนาคารที่ปล่อยเงินกู้ให้กับคนยากจน โดยไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่มีการจำนอง เป็นโครงการช่วยเหลือคนจนที่ไม่สามารถกู้เงินจากระบบธนาคารแบบปกติทั่วไปได้ ด้วยแนวคิดแบบไมโครเครดิต ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
และหลังจากได้รับรางวัลโนเบล มูลค่า 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ศาสตราจารย์ยูนุส ก็ได้ริเริ่มโครงการโรงพยาบาลสำหรับคนยากจนในบังกลาเทศ รวมทั้งเริ่มโครงการความร่วมมือทางธุรกิจเพื่อสังคมกับบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ๆ ซึ่งมีความชำนาญเฉพาะทาง
จากสถิติในปี 2008 ระบุไว้ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ในบังกลาเทศ จำนวนกว่า 56% นั้นกำลังถูกโรคขาดสารอาหารคุกคาม
เพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น โครงการธุรกิจเพื่อสังคมรายแรกที่กองทุน กรามีน ตั้งใจร่วมมือก่อร่างสร้างขึ้นมา จึงเป็นธุรกิจด้านอาหาร
กรามีนได้ร่วมมือกับ ดานอน บริษัทผู้ผลิตอาหารนมชื่อดัง โดยทั้งสององค์กรนั้นมารวมตัวกัน ในชื่อ Grameen Danone Foods Ltd. มีเป้าหมายสำคัญคือการผลิตอาหารที่มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกาย แล้วจำหน่ายในราคาย่อมเยาให้กับคนยากจน เพื่อตอบโจทย์ในการแก้ไขโรคขาดสารอาหารให้กับเด็กๆ บังกลาเทศ
โดยกรามีน ดานอน จะช่วยรับซื้อวัตถุดิบ คือ นมวัวจากชาวบ้าน เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับสังคม เป็นการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงวัว เพื่อนำน้ำนมดิบมาผลิตตามกระบวนการ จนกลายเป็นโยเกิร์ตสำหรับเด็ก ที่มีชื่อว่า Shokti Doi
เจ้าโยเกิร์ต Shokti Doi นี้ นอกจากจะใช้วัตถุดิบในชุมชน ส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้านแล้ว ก็ยังมีกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ตามความเชี่ยวชาญของดานอน โดยจะมีการเพิ่มเติมสารอาหารที่จำเป็นกับเด็กๆ ทั้งโปรตีน แร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ
โยเกิร์ตจะถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถย่อยสลายได้ รวมทั้งมีกระบวนการจัดจำหน่ายให้กับชุมชนต่างๆ ในราคาย่อมเยา
นอกจากนี้ ในกระบวนการขายปลีก กรามีน ดานอน ยังแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดโครงการสมาชิกนักขาย ที่มารวมตัวกันเป็นสาวโยเกิร์ต (อันนี้คล้ายๆ กับสายยาคูลท์ บ้านเรา) ออกเดินหรือปั่นจักรยานไปจำหน่ายในชุมชน ตามบ้าน ตรอกเล็กซอยน้อย ที่ไหนๆ สาวโยเกิร์ตก็ไปขายได้หมดทุกที่
โครงการสาวโยเกิร์ตนี้ กลายเป็นโครงการส่งเสริมอาชีพให้กับคนยากจน ทำให้มีอัตราการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น
นับตั้งแต่กระบวนการซื้อวัตถุดิบจากท้องถิ่น ซึ่งช่วยพัฒนาสังคมในระยะยาว ช่วยสร้างอาชีพ ก่อเกิดรายได้ ไปจนถึงตัวผลิตภัณฑ์ก็สามารถแก้ปัญหาเด็กขาดสารอาหาร และในกระบวนการจัดจำหน่ายด้วยสาวโยเกิร์ต ก็สามารถช่วยลดปัญหาการว่างงานได้อีกหลายล้านชีวิต
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนตัวเล็ก คนธรรมดา หรือจะเป็นใครก็ตาม ขอให้เชื่อเถอะว่า ไอเดียธุรกิจเพื่อสังคมนั้น มันเกิดขึ้นได้ทุกที่จริงๆ
เพียงแต่ต้องอาศัยความมุ่งมั้น บวกกับความกล้าที่จะเริ่มต้นลงมือทำ รวมทั้งจิตใจที่ พร้อมแบ่งปันให้กับสังคมด้วยความจริงใจ







