
ไอทีหนุนโลจิสติกส์
โดย...ปากกาด้ามเดียว
โดย...ปากกาด้ามเดียว
คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการจัดการโลจิสติกส์ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม หลังจากบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ นำระบบ G-ERP : Global Enterprise Resource Planning มาเป็นฐานข้อมูลหลักในการบริหารงานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สามารถลดการใช้กระดาษทุกกระบวนการตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ
ทั้งนี้ บริษัท ไทยซัมซุง อิเล็คโทรนิคส์ นับเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้อบไมโครเวฟ และเครื่องล้างจาน โดยเริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2531 ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในเครือซัมซุงเพื่อการส่งออกที่ใหญ่ที่สุด มีบุคลากรรวม 4,159 คน ปัจจุบันเดินเครื่องการผลิตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทันต่อการส่งสินค้าไปจำหน่ายใน 126 ประเทศ โดยการผลิต 90% เพื่อการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ 10%
ปัจจุบันกำลังการผลิตที่มีสามารถผลิตตู้เย็นได้ 220 ล้านเครื่อง/ปี เครื่องซักผ้า 200 ล้านเครื่อง/ปี ตู้อบไมโครเวฟ 160 ล้านเครื่อง/ปี แอร์ 250 ล้านชุด/ปี และผลิตเครื่องล้างจานได้ 34 ล้านเครื่อง/ปี
กิ่งกนก พรมภา ผู้จัดการอาวุโส บริษัท ไทยซัมซุง อิเล็คโทรนิคส์ กล่าวว่า จุดแข็งที่ทำให้บริษัทได้รับรางวัลจากผลการพิจารณาของกรรมการ คือ มีการกำหนดกลยุทธ์โดยมีนโยบายแผนการดำเนินงาน วางกลยุทธ์ในทุกส่วนงาน และการประเมินผลการทำงานทุกขั้นตอน ทั้งยังมีระบบการติดตามสถานะของสินค้าคงคลังพัฒนาเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำแผนด้านการขนส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ (Overseas Transport/Export) ทางด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านโลจิสติกส์มีการกำหนดเวลาการส่งมอบสินค้าชัดเจน เพื่อควบคุมคุณภาพการผลิตโดยมีข้อตกลงร่วมกับลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนรับผลิต
“ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนที่ทางบริษัทใช้ มีประสิทธิภาพส่งผลให้การดำเนินงานได้ตามเป้าหมายตั้งแต่กระบวนการรับออร์เดอร์ก่อนผลิต จนถึงการจัดส่งสินค้า ทุกกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยี ซึ่งเปรียบเทียบกับแต่เดิมที่ไม่ได้มีระบบการจัดการแบบนี้ ต้องใช้เวลาส่งเอกสาร ตรวจสอบวัตถุดิบการผลิตต่างๆ มากกว่า 1 สัปดาห์ แต่เมื่อนำระบบมาใช้ สามารถลดกระบวนการทำงานเหลือเพียง 1-2 วัน”
สำหรับระบบ G-ERP จะเข้ามาเชื่อมโยงทุกกระบวนการทำงานซึ่งไม่ต้องใช้กระดาษ ตั้งแต่การรับออร์เดอร์ ตรวจสอบสต๊อก ส่งข้อมูลการสั่งซื้อ และส่งวัตถุดิบหรือสินค้า รวมถึงกระบวนการนำเข้าวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานเพื่อผลิตสินค้า รวมทั้งมีระบบบริหารข้อมูลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใช้ติดตาม ระบุและรายงานสถานะตั้งแต่วัตถุดิบในการผลิต จนถึงระบบสต๊อก และส่งสินค้าไปยังลูกค้า
จะเห็นได้ว่า การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในองค์กรมีความสำคัญมากกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน &O5532;







